แถลงการณ์ : คัดค้านมติครม.ผ่านร่างแก้ไขพรบ.คุ้มครองแรงงาน 2541 ของกระทรวงแรงงาน นับตั้งแต่กรมแรงงานยกระดับมาเป็นกระทรวงแรงงานตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2536 เป็นเวลากว่า 13 ปี มีรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงสับเปลี่ยนหมุนเวียนจำนวนมากด้วยกัน แต่ปรากฏว่า ชีวิตความเป็นอยู่และสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้แรงงานนั้นเลวร้ายย่ำแย่บัดซบลงกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการจ้างงานจากที่เคยจ้างกันประจำ มีการทำสัญญาจ้างโดยตรงกลับมีการทำสัญญาจ้างผ่านบริษัทรับเหมาจ่ายค่าแรงหรือรับเหมาแรงงาน ทำให้นายจ้างที่แท้จริงปัดความรับผิดชอบทางด้านศีลธรรมไปสู่บริษัทรับเหมาค่าแรง ก่อให้เกิดกระบวนการกินหัวคิวค่าจ้างแรงงาน กลายเป็นธุรกิจแสวงหากำไรบนความทุกข์ยากเดือดร้อนของผู้แรงงานทั้งมวล เป็นการทำนาบนหลังคน โดยมีข้าราชการกระทรวงแรงงานทั้งที่เกษียณอายุและที่ลาออกไป สมคบกับพวกนายหน้าค้าแรงงานจัดตั้งบริษัทรับเหมาค่าแรง จัดส่งแรงงานไปยังหน่วยงานและสถานประกอบการต่างๆธุรกิจเหล่านี้กำลังเติบโตสร้างความร่ำรวยมั่งคั่งให้กับกลุ่มบุคคลดังกล่าวในขณะที่คนงานในระบบการจ้างงานเหมาแรงงานเหล่านี้มีชีวิตเยี่ยงทาส ปราศจากสิทธิเสรีภาพทั้งปวง ในด้านค่าจ้างขั้นต่ำในรอบ 13 ปีที่ผ่านมานั้นอยู่ในอัตราที่ต่ำเกินไปอันเนื่องมาจากการจัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคีอัปยศ และชั่วช้า เป็นการสมคบกันระหว่างข้าราชการกระทรวงแรงงานและผู้นำแรงงานจอมปลอมกดค่าจ้างให้ต่ำไว้ที่สุด ทำให้กระทรวงแรงงานคือ กระทรวงเอื้อประโยชน์สุขให้กับนายทุนในขณะที่ผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่อดอยากยากจนข้นแค้นแสนสาหัส สำหรับคนงานหญิงนับหมื่นนับล้านคนที่ต้องตกอยู่ในสภาพถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างทารุณโหดร้าย คนงานหญิงตั้งครรภ์ถูกไล่ออกจากงาน ไม่มีเงินสำหรับเลี้ยงดูบุตรจำนวนมากตัดสินใจทอดทิ้งเด็กกระทั่งฆ่าเด็กให้ตายไป ปัญหาที่กล่าวมานี้ กระทรวงแรงงานเมินเฉยมาโดยตลอด ข้าราชการทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับส่วนกลาง ล้วนแล้วแต่หมกมุ่นอยู่ในเรื่องกามฉาวโฉ่ กอบโกยโกงกินทุกรูปแบบ กดหัว ปราบปราม ควบคุมองค์กรสหภาพแรงงาน จนทำให้กระทรวงแรงงานตกต่ำ น่าขยะแขยง แต่แทนที่ข้าราชการจะกระทำตนรับใช้ประชาชน พยายามที่จะยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงานให้ดีขึ้นกลับ ใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกง แก้ไขพรบ.คุ้มครองแรงงาน ซึ่งเลวร้ายอยู่แล้วให้เลวร้ายย่ำแย่ลงไปอีก ใช้ภาษากฎหมายทำการหมกเม็ด ซ่อนเงื่อน เพื่อ รักษาระบบการจ้างงานเหมาแรงงานและกินหัวคิวค่าจ้างที่ต่ำของคนงาน รักษาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ต่ำแสนต่ำเอาไว้ต่อไปอีก เปิดช่องให้นายทุนละเลยต่อสวัสดิการคนงานหญิงที่ตั้งครรภ์ ฯลฯ จนครม.มีมติผ่านร่างแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2549 ที่ผ่านมา พวกเราผู้ใช้แรงงาน จึงขอเรียกร้องให้ข้าราชการกระทรวงแรงงานทุกระดับชั้นได้ร่วมมือกันสนับสนุนข้อเรียกร้องของผู้ใช้แรงงานในการนำร่างแก้ไขเพิ่มเติมพรบ.คุ้มครองแรงงาน2541ที่ผ่านมติครม.มาทบทวนใหม่ ทำการประชาพิจารณ์อย่างเปิดเผยกว้างขวางและทั่วถึง หยุดการใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกงเพื่อออกกฎหมายมากดขี่คนงาน ทั้งนี้การแก้ไขกฎหมายแรงงานต้องดีขึ้นกว่าเดิมบนพื้นฐานของ 1. ต้องยกเลิกการจ้างงานรับเหมาค่าแรง 2. ให้ค่าจ้างขั้นต่ำหมายถึงค่าจ้างที่คำนวณมาจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำรงชีพของคนงานหนึ่งคนและสมาชิกในครอบครัวอีกสองคน 3. คุ้มครองสิทธิคนงานหญิงตั้งครรภ์และประกันรายได้อย่างเพียงพอระหว่างตั้งครรภ์ 4. สร้างความมั่นคงการทำงาน ขจัดช่องว่างของกฎหมายแรงงาน เพื่อคุ้มครองแรงงานอย่างแท้จริง พันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย(พสป) 8.2.06 |
166/23 ณัฐกานต์ 3 พหลโยธิน 52 คลองถนน สายไหม กรุงเทพ 10220 Website: www.workers-voice.org
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2549 เรื่อง คัดค้านมติ ครม . ผ่านร่างแก้ไขพรบ . คุ้มครองแรงงาน 2541 เรียน รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานนาย สมศักดิ์ เทพสุทิน สิ่งที่ส่งมาด้วย ร่างแก้ไขเพิ่มเติมของผู้ใช้แรงงาน
ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติผ่านร่างแก้ไขเพิ่มเติมพรบ. คุ้มครองแรงงาน พศ.2541 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2549 ที่ผ่านมา โดยที่ร่างแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นการยกร่างของกระทรวงแรงงานแต่เพียงฝ่ายเดียวและไม่ได้จัดให้มีการประชาพิจารณ์โดยเปิดเผย กว้างขวางและทั่วถึง ร่างแก้ไขเพิ่มเติมของกระทรวงแรงงาน จึงยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้แรงงาน เป็นการสร้างปัญหา และเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ยากเดือดร้อนของผู้ใช้แรงงาน ในขณะที่ขบวนการแรงงานได้ยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งเป็นความคิดเห็นโต้แย้งกับของกระทรวงแรงงาน โดยมีประเด็นสำคัญอาทิเช่น 1. ร่างแก้ไขเพิ่มเติมของกระทรวงแรงงาน ส่งเสริมการจ้างงานเหมาค่าแรงและแก้ไขมาตรา 12/1 เพียงให้ผู้ประกอบกิจการปฏิบัติต่อลูกจ้างรับเหมาค่าแรงและลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงเท่าเทียมกันในการจ้างงาน ซึ่งข้อความดังกล่าวไม่สามารถทำให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงได้รับสิทธิผลประโยชน์ตามข้อตกลงสภาพการจ้าง เนื่องจากเป็นกฎหมายคนละฉบับ ข้อความตามร่างดังกล่าว จะเป็นปัญหาในการตีความต่อไปในอนาคต ในขณะที่นายกรัฐมนตรีได้เคยกล่าวไว้ว่าจะต้องมีการยกเลิกการจ้างรับเหมาค่าแรงเพราะเป็นการจ้างงานแบบซิกแซก 2. ร่างแก้ไขเพิ่มเติมของกระทรวงแรงงาน ไม่ได้แก้ปัญหาของการพิจารณาเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ เนื่องจาก ค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ละครั้งเพิ่มในอัตราที่น้อยเกินไปไม่สอดคล้องกับการครองชีพ เป็นผลมาจาก การลงมติของ คณะกรรมการค่าจ้างกลางต้องอาศัยเสียงชี้ขาดฝ่ายนายจ้างและการพิจารณาเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำไม่สอดคล้องกับหลักการสากลทั่วไปที่กำหนดให้ค่าจ้างขั้นต่ำหมายถึงค่าจ้างที่พอเพียงสำหรับคนงานและครอบครัว 3. ร่างแก้ไขเพิ่มเติมของกระทรวงแรงงาน เปิดช่องให้พนักงานหญิงตั้งครรภ์ ทำงานล่วงเวลาได้ ขัดกับเจตนารมณ์ในการคุ้มครองสุขภาพหญิงมีครรภ์ เป็นการแก้ไขที่เลวร้ายกว่าเดิม ในขณะที่ของฝ่ายผู้ใช้แรงงานเสนอให้นายจ้างจ่ายเงินช่วยเหลือการครองชีพให้กับพนักงานหญิงตั้งครรภ์ในอัตราครึ่งของค่าจ้างปกติเป็นเวลา 6 เดือน แทนการเปิดโอกาสให้ทำงานล่วงเวลา 4. ร่างแก้ไขเพิ่มเติมของกระทรวงแรงงาน เปิดโอกาสให้นายจ้างใช้วิธีการจ้างย้ายสถานประกอบการได้ง่ายและให้จ่ายค่าชดเชยเพียงครึ่งเดียว หรือการเปิดโอกาสให้นายจ้างสั่งหยุดงาน และจ่ายค่าจ้างเพียงครึ่งเดียว ในขณะที่ข้อเสนอของผู้ใช้แรงงานต้องการคุ้มครองให้ได้รับค่าจ้างเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ 5. ฯลฯ พันธมิตรสหภาพแรงงาปนระชาธิปไตย (พสป)จึงขอคัดค้านมติครม . ที่ผ่านร่างแก้ไขเพิ่มเติมของกระทรวงแรงงานเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2548 เพื่อให้นำกลับมาทำการทบทวนใหม่ ด้วยการจัดการประชาพิจารณ์อย่างกว้างขวาง ให้ผู้ใช้แรงงานได้รับรู้อย่างทั่วถึงและนำแนวความคิดเห็นข้อเสนอแนะมาประกอบการพิจารณาในร่างแก้ไขเพิ่มเติมเสียใหม่ เพื่อนำกลับไปสู่การพิจารณาของครม.อีกครั้ง ทั้งนี้การจัดประชาพิจารณ์ขอให้กระทรวงแรงงานจัดงบประมาณให้ผู้ใช้แรงงานมีส่วนร่วมในการจัดการประชาพิจารณ์เนื่องจากที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานมักจัดการประชาพิจารณ์ที่ขาดการมีส่วนร่วมของผู้ใช้แรงงานอย่างแท้จริง มุ่งหวังเพียงแต่ให้มีการสนับสนุนมากกว่าการรับฟังความคิดเห็นโต้แย้งจากผู้ใช้แรงงานอย่างแท้จริง และขอให้ดำเนินการเป็นการเร่งด่วน จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการและขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ด้วย ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
นาย สมยศ พฤกษาเกษมสุข ประธานพันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย(พสป)
นาย วสุ แดงสูงเนิน เลขาธิการพันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย
|