ด่วน ทหาร ตรึงกำลังโทรทัศน์และวิทยุแล้ว
กระแสการยุบพรรคหรือไม่ยุบพรรคกลายเป็นกระแสใหญ่ไปแล้วและถูกสร้างภาพให้น่ากลัว สยดสยอง เป็นการฉวยโอกาสของฝ่ายทหาร คมช.ที่คิดจะปฏิวัติซ้ำขึ้นมาใหม่ เพื่อแก้ไขความขัดแย้งระหว่างคมช.และรัฐบาลเพราะท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคไทยรักไทยนั้นประกาศยืนยันยอมรับคำพิพากษาและเตรียมการหาทางออกของพรรคตนเองอยู่แล้ว ส่วนการชุมนุมนั้นไม่มีอะไรในกอไผ่แม้แต่น้อย กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการนั้น เป็นกลุ่มชนชั้นกลาง ไม่เคยมีประสบการณ์การเคลื่อนไหวแบบกดดันและการเผชิญหน้ามาก่อนเลย จึงมักจะหลีกเลี่ยงไม่กล้าเผชิญหน้าอย่างแน่นอนและที่สำคัญผู้ที่มาร่วมการเคลื่อนไหวในวันที่ 30 พค.นั้น มากันอย่างหลากหลายทั้งๆที่เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย เป็นผู้ที่รักชาติรักประชาธิปไตย เป็นผู้ที่มาเพียงแค่ต้องการจตุคามรามเทพ ดังนั้นจึงเป็นการยากลำบากที่จะนำการเคลื่อนไหวไปปะทะแตกหักหรือก่อการร้าย หรือทำเกินเลยได้ ส่วนม๊อบพีทีวีนั้น อยู่ภายใต้การนำของนักการเมืองมีประสพการณ์การเคลื่อนไหวมาก่อน แต่การเคลื่อนไหวของพีทีวีนั้นระมัดระวังไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า เพราะการเคลื่อนไหวของพีทีวีนั้นเปราะบางและมีจุดอ่อนที่สุด เนื่องจากมีภาพสัญลักษณ์ของพรรคไทยรักไทยและทักษิณ ชินวัตร หากคิดจะปะทะแตกหักนำมวลชนมาก่อความรุนแรงขึ้น นั่นคือการฆ่าตัวตายหมู่ของผู้นำพีทีวีอย่างแน่นอน ซี่งประเมินแล้ว นักการเมืองอย่างวีระ มุสิกพงษ์ จักรภพ เพ็ญแข จตุพร พรหมพันธ์ ไม่กล้าทำและไม่คิดจะทำด้วยซ้ำไป และถ้าหากประเมินความจริงแล้วทั้งสองม๊อบนั้น จำนวนคนเข้าร่วมน่าจะไม่เกิน 1 หมื่นคน เมื่อเปรียบเทียบกับม๊อบของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้น มีคนเข้าร่วมจำนวนกว่า 5-6 หมื่นคน ยังไม่สามารถแตกหักกับรัฐบาลทักษิณได้ ด้วยเหตุนี้ลำพังม๊อบขนาดเล็กของพีทีวี ยังไม่มีศักยภาพเพียงพอจะยกระดับไปถึงขั้นแตกหักได้ ดังนั้นการเคลื่อนไหวของทหารตำรวจที่กำลังเกิดขึ้นเป็นเพียงการสร้างเงื่อนไขที่ต้องการนำมาสู่ การรัฐประหารรอบที่สอง ที่นำโดยคมช.อีกครั้ง เพราะสถานการณ์การเมืองที่กำลังเข้าสู่ภาวะคับขัน และเป็นภาวะที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออกของสนธิ บุญยรัตกลิน ด้วยเหตุนี้จึงมีการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงเป็นระยะ ตั้งแต่ระเบิดที่เกิดขึ้นไกล้พระราชวังเมื่อต้นเดือนพค. ระเบิดกลางเมืองยะลา การปล่อยข่าวม๊อบแทกซี่เสื้อแดงจะออกมาอาละวาด นอกจากนี้ยังมีการเคลื่อนกำลังพลหลายครั้ง ทั้งหมดนี้กำลังทำให้สถานการณ์นั้นสุกงอมเพียงพอในการก่อการรัฐประหารขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จะความเข้มข้น ดุเดือดมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นความขัดแย้งที่บานปลายกระทบต่อฐานะขององคมนตรีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์เป็นอย่างมาก เนื่องจากการรัฐประหารล้มรัฐบาลสุรยุทธ์ เท่ากับเป็นการทำให้ศูนย์กลางอำนาจบ้านสี่เสาเทเวศร์นั้นสั่นคลอนมากยิ่งนัก การประกาศว่าหากสถานการณ์บานปลาย ทหารพร้อมจะอยู่เคียงข้างพระมหากษัตริย์ มีความหมายที่แสดงนัยยะสำคัญ ของความพยายามจะก่อการรัฐประหารอีกครั้ง ล่าสุดเวลา 20.00 น. มีคำสั่งยึดพื้นที่ สำคัญ รายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงแจ้งว่า ขณะนี้ ประธานคมช. สั่งการให้ทุกกำลังพล เข้าควบคุมพื้นที่สำคัญเพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในคืนนี้ ( 29) จนถึงวันพรุ่งนี้ (30) ในขณะที่พื้นที่บริเวณ พระราชวังนั้น ทหารเข้าประจำการและมีกองกำลังทหารลาดตระเวนไปมาอยู่ตลอดเวลา มีรายงานข่าวว่า พรุ่งนี้(30.5.07)อาจเกิดเหตุร้ายในกทม.ขึ้น ทำให้ทหารประกาศภาวะฉุกเฉิน และนี่คือเงื่อนตายที่จะนำมาสู่การยึดอำนาจอีกครั้งหนึ่ง |