แนวร่วมประชาชนต้านรัฐประหาร(นปตร.)
PEOPLE UNITED FRONT AGAINST COUP(PFAC.)
41 อาคารเลิศปัญญาชั้น9 ห้อง 907 ซอย ศรีอยุธยา12 ถนน ศรีอยุธยา แขวงพญาไท
เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 083-6068249 FAX 02-6427997-2
www.againstcoup.org

วิพากษ์คำวินิจฉัย 30 พฤษภาคม 2550

หลังจากที่คณะรัฐประหาร19 กันยายน2549 ได้โค่นล้มระบอบประชาธิปไตยลงไปได้ให้กำเนิดคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ โดยใช้รัฐธรรมนูญฉบับรัฐประหาร2549 มาตรา35
ดังนั้นคณะตุลาการรัฐธรรมนูญชุดนี้ จึงไม่มีความชอบธรรมใดๆในระบอบประชาธิปไตย

นอกจากนี้การทำคำวินิจฉัย 30 พฤษภาคมยังได้ทำลายหลักการทางด้านนิติธรรมและนิติรัฐหลายประการเช่น

1. คำวินิจฉัยส่วนใหญ่ใช้คำสั่งคณะปฏิรูปฯและคณะปฏิวัติฯชุดต่างๆตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันซ้ำๆซากๆแสดงถึงการไม่ศรัทธาในหลักนิติธรรมและหลักนิติรัฐสากล รวมทั้งยังตระบัดสัตย์ต่อ
คำปฏิญาณของตนก่อนเข้ารับหน้าที่ตุลาการที่
“.......... จะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายทุกประการ”
แต่เมื่อเกิดการรัฐประหาร19 กันยายน2549 ขึ้น
แทนที่ตุลาการเหล่านี้จะปฏิบัติตามคำปฏิญาณของตนแต่กลับทำในทางตรงกันข้ามคือยอมรับใช้การรัฐประหารอย่างน่อัปยศอดสูยิ่ง

2. คำวินิจฉัยนี้ได้ทำลายหลักการพื้นฐานของนิติธรรมสากลที่
บทบัญญัติของกฏหมายไม่สามารถใช้บังคับย้อนหลังในทางที่เป็นโทษต่อผู้กระทำความผิดได้ ดังปรากฏในมาตรา 3 แห่งประมวลกฎหมายอาญาที่กล่าวไว้ว่า
“ ถ้ากฎหมายที่ใช้ในขณะทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดไม่ว่าในทางใด.....”

3. คำวินิจฉัยนี้เกิดขึ้นภายใต้การแทรกแซงจากคณะรัฐประหาร
ดังปรากฏชัดจากการเข้าพบประธานศาลปกครองสูงสุดของประธานคมช.ก่อนหน้าการประชุมทำคำวินิจฉัยไม่กี่วัน
และคำข่มขู่ของรองเลขาธิการคมช.ที่กล่าวว่า “ หากไม่มีการยุบพรรค(ทรท.)การรัฐประหารเที่ยวนี้ก็สูญเปล่า”

4. คำวินิจฉัยนี้เกิดขึ้นภายใต้การคุกคามข่มขู่สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและการเดินทางได้อย่างเสรีในราชอาณาจักรและการสร้างเรื่องราวใหญ่โตว่าจะมีการชุมนุมของประชาชนโดยใช้เงินจากกลุ่มอำนาจเก่าจำนวนมหาศาล

5. คำวินิจฉัยนี้ทำลายหลักการสิทธิทางการเมืองและเสรีภาพในการรวมตัวเป็นพรรคการเมืองของประชาชนตามบทบัญญัติแห่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนดังนั้นจึงถือได้ว่าคำวินิจฉัย30 พฤษภาคม2550 เป็นคำวินิจฉัยภายใต้อิทธิพลคณะรัฐประหารเป็นการทำลายหลักนิติธรรม ระบบนิติรัฐและระบอบประชาธิปไตยอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทย

แนวร่วมประชาชนต้านรัฐประหาร(นปตร.)ขอเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกับแนวร่วมประชาชนต้านรัฐประหาร(นปตร.)ในการคว่ำรัฐธรรมนูญ2550 เรียกร้องให้นำรัฐธรรมนูญ 2540 เดิมคืนมาล้มคมช.และผลิตผลของคมช.เช่นตุลาการรัฐธรรมนูญ คตส., สสร., สนช.เป็นต้นโค่นระบอบอำมาตยาธิปไตยเพื่อนำเอาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คืนมา

31.5.07