ผู้นำแรงงานประเมินผลงาน 5 เดือน
ของรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน

สมยศ พฤกษาเกษมสุข

 

การรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) นำโดย พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ร่วมกับผู้บัญชาการอีก 3 เหล่าทัพ ที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) นำมาสู่การจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวสุรยุทธ์ และได้มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆจำนวน 27 คนด้วยกัน ภายหลังมีการแต่งตั้งเพิ่มเติมอีก 2 คนด้วย รัฐมนตรีทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นผู้สูงอายุ รวมกันทั้งคณะแล้วมีอายุ 1699 มากกว่าอายุของประเทศไทย เทียบเท่ากับอาณาจักรเมืองละโว้ พุทธศตวรรษที่ 12 เพราะอายุของอาณาจักรสุโขทัยมีเพียง 768 ปี เท่านั้น รัฐมนตรีจำนวน 25 คน หรือร้อยละ 92.6 เป็นอดีตข้าราชการเกษียรณอายุ (สยามปริทัศน์ฉบับที่ 1 เดือนพฤศจิกายน 2549)จึงอาจกล่าวได้ว่ารัฐบาลชุดนี้คือรัฐบาลตัวแทนระบบข้าราชการที่ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของเผด็จการทหาร

สำหรับรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคือ นายอภัย   จันทนจุลกะ   อดีตปลัดกระทรวงแรงงาน ดำรงตำแหน่งระหว่าง 1   ตุลาคม 2545 - 30  กันยายน2546เคยผ่านงานในหน้าที่ข้าราชการมาหลายตำแหน่งด้วยกันจนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงแรงวงานเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2549

กระทรวงแรงงานนั้น เป็นกระทรวงที่มีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อยที่สุด ตั้งแต่ก่อตั้งกระทรวงแรงงานปี 2536 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 14 ปี มีรัฐมนตรีจำนวนทั้งสิ้น17 คน เฉลี่ยแล้วตกคนละ 8 เดือนเท่านั้น การบริหารงานของกระทรวงแรงงานจึงมักจะขาดความต่อเนื่องและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้งโดยมีข้าราชการประจำนั้นทำหน้าที่ประคับประคองการดำเนินงานของกระทรวงแรงงานอยู่ตลอดเวลาหรืออาจกล่าวได้ว่า ข้าราชการประจำนั้นครอบงำกระทรวงแรงงานมากกว่ารัฐมนตรีที่ทำหน้าที่กำกับดูแลโดยตรง

นอกจากนี้ตำแหน่งปลัดกระทรวงแรงงานนั้น มักจะข้ามห้วยมาจากหน่วยงานจากกระทรวงอื่นๆ เช่นเดียวกันกับนาย อภัย จันทนจุลกะ นั้นไม่ได้เติบดตมาจากกระทรวงแรงงานโดยตรง แต่เติบโตมาจากกระทรวงมหาดไทย

เมื่อพิจารณาจากภูมิหลัง ของนายอภัย   จันทนจุลกะ ช่วงชีวิตราชการนั้นสัมผัสกับปัญหาแรงงานน้อยมาก ในขณะที่ที่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานนั้น แทบไม่ปรากฏผลงานรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาแรงงานให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังเมื่อเทียบกับรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคนอื่นๆในอดีตที่ผ่านมา

ปัยหาแรงงานเร่งด่วนนั้นมีการนำเสนอมาอย่างต่อเนื่องแล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาค่าจ้างที่ตำกว่าการครองชีพที่จำเป็น ทำให้กรรมกรอดอยาก ยากจน ข้นแค้น แสนสาหัส ปัญหาการจ้างงานเหมาค่าแรงที่ทำให้กรรมกรกลายเป็นแรงงานทาสที่กำลังขยายตัวเกลื่อนกลาดไปทุกหย่อมหญ้า ปัญหาความปลอดภัยการทำงาน ที่สร้างโรคภัยไข้เจ็บให้กับกรรมกร จนมีจำนวนผู้พิการและเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น ปัญหาข้อพิพาทแรงงานที่กำลังก่อตัวขึ้นตามเขตอุตสาหกรรมต่างๆโดยเฉพาะที่ภาคตะวันออก มีการชุมนุม การนัดหยุดงานเพิ่มมากขึ้น ปัญหากระบวนการยุติธรรม ที่เกิดจากความเน่าเฟะของระบบไตรภาคีคณะต่างๆ ปัญหาการโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการ กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่หลวง ซึ่งดูเหมือนว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ได้มีการนำมาแก้ไขแม้แต่น้อยนับตั้งแต่ที่นายอภัย จันทนจุลกะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน

นาง เพลินพิศ ศรีศิริ รองประธานสหภาพแรงงานการท่าเรือ และประธานกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี ได้แสดงความคดิเห็นว่าการบริหารงานกระทรวงแรงงานในรอบ 6 เดือน ที่ผ่านมานั้น ยังไม่เห็นผลงานรูปธรรมที่ชัดเจน เป็นชิ้นเป็นอันที่จับต้องได้ รัฐมนตรีแรงงานนาย อภัย   จันทนจุลกะ จะสั่งการส่วนใหญ่ในแง่มุม ทุกอย่างที่พูด เป็นการรับปากเกือบทุกอย่าง แต่ไม่เป็นรูปธรรม ขาดความต่อเนื่อง และติดตามให้เกิดผลอย่างจริงจัง ดูเหมือนว่าจะ ใช้มุมมองแนวความคิดแบบข้าราชการเก่าเป็นคำตอบ ส่วนใหญ่ใช้ความรู้สึกไปในแง่มุมไม่สร้างความขัดแย้ง ยึดมั่นความคิดเก่า ติดอยู่กับกฎระเบียบมากมาย ทำให้การแก้ไขปัญหาแรงงานล่าช้าไม่ทันการณ์ ไม่เชื่อมั่นว่าจะมีความจริงใจต่อการแก้ไขปัญหาแรงงาน

นาย วสุ แดงสูงเนิน เลขาธิการพันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย (พสป) มองว่า ภายใต้การบริหารงานกระทรวงแรงงานของนายอภัย จันทนจุลกะ นั้นยังไม่เห็นผลงานอะไรที่น่าประทับใจ คนงานส่วนใหญ่แทบไม่เคยได้ยินชื่อนายอภัย จันทนจุลกะ เลย จึงไม่รู้ว่า มีอะไรเป็นผลงานในการแก้ไขปัญหาของกรรมกร และเมื่อเทียบกับนาย สมศักดิ์ เทพสุทิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานแล้ว พูดภาษาชาวบ้าน การบริหารกระทรวงแรงงาน ไม่ได้ขี้เล็บของสมศักดิ์ เทพสุทิน เลย เพราะช่วงของการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานนาย สมศักดิ์ เทพสุทินนั้น มีผลงานให้เห็นเด่นชัด เช่น ทำฟันฟรี คลอดบุตรฟรี คูปองช่วยเหลือการครองชีพคนงาน บัตรส่วนลดซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค ฯลฯ

นายทวีป กาญจนวงศ์ ประธานมูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงาน ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานในรอบ 6 เดือนของรัฐมนตรีอภัย จันทนจุลกะ ว่า โดยยบุคลิกการบริหารงาน เนื่องจากเป็น เป็นอดีตข้าราชการประจำ จะทำอะไร มีความเกรงอก เกรงใจในหมู่ข้าราชการด้วยกัน ไม่กล้าที่จะดำเนินการอะไรเด็ดขาด หรือไม่กล้าริเริ่มอะไรจริงจัง ไม่เหมือนกับรัฐมนตรีที่มาจากนักการเมือง ที่มาจากการเลือกตั้ง ตัวอย่างเช่น การสอบสวนกรณีทุจริตที่เกิดขึ้นในกระทรวงแรงงานยังไม่มีความคืบหน้า และเมื่อผู้ใช้แรงงานยื่นข้อเสนออะไร ส่วนใหญ่ โยนให้ข้าราชการไปดูแล ไม่กล้าจะตัดสินใจด้วยตนเอง เมื่อเดือนก่อน(กพ.) คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงาน และสภาเครือข่ายผู้ป่วยจากการทำงาน ได้ยื่นข้อเสนอให้ผ่านร่างพรบ.ความปลอดภัยการทำงาน แต่กลับส่งเรื่องกลับให้ข้าราชการประจำ ไปหาข้อสรุป นำเสนอความเห็นกลับมาอีกครั้ง เท่ากับว่า ข้าราชการประจำนั้นมีอำนาจตัดสินใจ ที่ผ่านมาข้าราชการประจำมักจะเตะถ่วงหน่วงเหนี่ยวกฎหมายแรงงานที่ดีอยู่เสมอ ดังนั้นหากมีการปรับครม.ใหญ่ ควรปรับรัฐมนตรีแรงงานนายอภัย จันทนจุลกะ ไปด้วย และควรนำ นักวิชาการที่เป็นอิสระมาเป็นรัฐมนตรีแทน

คุณศรีโพธ์ วายุภักษ์ ประธานสหภาพแรงงานไทยเรยอน จังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า เมื่อประเมินจากผลงานในรอบ 6 เดือนแล้ว การดำเนินงานของกระทรวงแรงงานถือว่าสอบตก ไม่มีอะไรก้าวหน้า ไม่เห็นผลงานเลย ปัญหาต่างๆของผู้ใช้แรงงานเหมือนเดิม ทั้งๆที่น่าจะมีโอกาสทำอะไรได้มากกว่านี้ เพราะเมื่อก่อนเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน อาจมีข้อจำกัด บัดนี้เป็นรัฐมนตรีแล้ว ทำอะไรได้มากกว่ารัฐมนตรีคนอื่นๆที่ผ่านมา แต่กลับไม่ทำเอะไรให้เกิดผลงานรูปธรรมเพื่อผู้ใช้แรงงาน “ รู้สึกผิดหวังมากทีเดียว ถ้านายกรัฐมนตรีจะปรับครม.ควรปรับรัฐมนตรีแรงงานออกไปด้วย แล้วเอานักวิชาการอย่างช่นอาจารย์ แล ดิลกวิทยรัตน์ จากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มาเป็ฯรัฐมนตรีตามที่ผู้ใช้แรงงานเคยเสนอมาก่อนหน้านี้แล้ว เพราะอาจารย์แล เป็นนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ที่มีวิชาความรู้และประสบการณ์ด้านแรงงานมาก ” นายศรีโพธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

นายวีระพล บุญแจด กรรมการสหภาพแรงงานกิจการอาหาร จังหวัดสมุทรปราการ ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทินพ้นตำแหน่งไปแล้ว มีรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคนใหม่ เป็นต้นมา ยังไม่รู้จักเลยว่า รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคนใหม่มีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร เป็นใครมาจากไหน ไม่รู้ว่าเป็นลูกเต้าเหล่ากอของใคร และไม่รู้ว่าได้ทำอะไรไปบ้าง ไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม จากที่สัมผัสคลุกคลีกับเพื่อนๆ คนงานด้วยกัน กำลังตั้งข้อสงสัยกันว่า ทุกวันนี้กระทรวงแรงงาน คงจะถูกยุบไปแล้ว ไม่เคยได้ยินข่าวเลย ไม่รู้ว่ายังมีกระทรวงแรงงานอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ ถ้าเป็นไปไปได้ ฝากช่วยบอกด้วยว่า กระทรวงแรงงานปี 2550 นี้ ควรไปสู่สุสานได้แล้ว ไม่มีความหมายสำหรับผู้ใช้แรงงานเลย

นายจรัญ เจนกาน ปรานสหภาพแรงงานซี พี สิ่งทอ โนนทอง จ.นครราชสีมา ได้ให้ข้อมูลว่า ผมยังไม่รู้จักรัฐมนตรีคนใหม่เลย ไม่ปรากฏเป็นข่าวเลย ไม่เคยเห็นหน้าตาของรัฐมนตรีคนใหม่เลย ไม่รู้ว่าเป็นผู้หญิง หรือเป็นผู้ชาย ไม่รู้ว่าอายุสักเท่าไร รัฐมนตรีคนใหม่ไม่ได้อยู่ในความรู้สึกนึกคิดของผู้ใช้แรงงาน ในยุคเผด็จการแบบนั้ผู้ใช้แรงงานสิ้นหวัง พึ่งพาหรือขอความช่วยเหลืออะไรจากกระทรวงแรงงานไม่ได้ นึกแล้วเสียดายภาษีที่จ่ายให้รัฐบาล เอาไปจ่ายให้รัฐมนตรีที่โลกลืม เสียดายเงินภาษีจริงๆ ถ้าเป็นไปได้อยากทวงคืนเอาจากรัฐบาล

นาย สมศักดิ์ พลายอยู่วงศ์ ผู้ประสานงานศูนย์ส่งเสริมสิทธิกรรมกรไทย ได้ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐมนตรีแรงงานนาย อภัย   จันทนจุลกะ ขอตั้งฉายาว่าเป็นรัฐมนตรีหมึกแห้ง เพราะไม่ยอมเซ็นต์อนุมัติใดๆทั้งสิ้น ไม่มีหัวสมองคิดอะไรเลย ไม่มีผลงาน เป็นยุคที่ที่ข้าราชการต่างนั่งรอว่าใครจะเป็นรัฐมนตรีคนใหม่มาแทน และเป็นยุคที่ผู้ใช้แรงงานเข้าไปไม่ถึง หากมีเรื่องเดือดร้อนมาหา จะไม่พบรัฐมนตรี เพราะมีทัศนคติที่ไม่ดีกับการที่คนงานเดือดร้อนพากันมาขอความช่วยเหลือกระทรวงแรงงาน เป็นรัฐมนตรีที่ไม่เอาไหนที่สุดเท่าที่เคยได้พบมา

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความคิดเห็นของผู้นำแรงงาน ที่อยู่ไกล้ชิดในแวดวงแรงงาน เป็นเสียงสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่ได้ดีที่สุด นับเป็นความคิดเห็นที่เป็นประดยชน์ที่จะทำให้นายกรัฐมนตรีสุรยุทธฺ ดิ้ดหาหนทางที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตำหน่งรัฐมนตรีแรงงานให้มีการยบริหารงานที่มีประสิทธิภาพเป็นไปตามแนวทางของรัฐบาล

จะเห็นได้ว่า ผู้นำแรงงานนั้นต่างมีความเห็นที่สอดคล้องต้องกันว่า การบริหารงานกระทรวงแรงงานของนายอภัย จันทนจุลกะ นั้นไม่สอบผ่าน ไม่มีผลงานรูปธรรม การนำรัฐมนตรีที่ไม่มีผลงาน มานั่งตำแหน่งเท่ากับเป็นการฉุดให้ภาพพจน์ของรัฐบาลสุรยุทธ์ตกต่ำไปด้วย

นอกจากนี้แล้วการที่รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานนายอภัย จันทนจุลกะ ได้ทำการโยกย้ายตำแหน่งปลัดกระทรวงแรงงาน นายอิระวัชร์   จันทรประเสริฐ เข้ามาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงแรงงาน และโยกย้ายนายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ จากเดิมที่จะต้องดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงแรงงาน แต่กลับต้องไปดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม แทนนาย ไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ ทั้งๆที่นาย ไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ นั้นบริหารงานกองทุนประกันสังคมมาเป็นเวลานาน มีผลงานดีในการยกระดับรายได้ของกองทุนประกันสังคมให้สูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา จนสามารถขยายสิทธิประโยชนน์ด้านต่างๆให้กับผู้ประกันตนมากมาย ดังนั้นการโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จึงก่อให้เกิดกระแสคลื่นใต้น้ำตามมาอีกด้วย

บรรดาข้าราชการกระทรวงแรงงานจึงตกอยู่ในสภาพที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออก เป็นสภาวะที่อึมครึม ไม่สามาถปฏิบัติงานใดๆให้เกิดประโยชน์ก้าวหน้าต่อสังคมและประเทศชาติได้ ถือเป็นยุคสมัยที่ตกต่ำสุดขีดสำหรับกระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานที่ชื่อว่า นายอภัย จันทนจุลกะ

ถือเป็นความผิดพลาดของรัฐบาลสุรยุทธ์และคมช.อีกเช่นกัน ที่แต่งตั้ง นายอภัย จันทนจุลกะ เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีทั้วงที่ผู้ใช้แรงงานได้เสนอบุคคลหลายคนด้วยกันที่มีความเหมาะสม มีความรู้ ็ความสามารถแท้จริงอย่างเช่น นาย สมศักดิ์ โกสัยสุข อาจารย์แล ดิลกวิทยารัตน์ และพลเอกธนู ศรียากูร เป็นความผิดพลาดที่กำลังจะนำมาสู่จุดจบของรัฐบาลในอนาคตอันไกกล้นี้