ความเป็นไปได้ที่จะจัดประชุมสมัชชาสังคมเอเซียตะวันออกในไทย

 
อ.ใจ อึ้งภากรณ์

หลังจากที่มีการจัดสมัชชาสังคมโลก (World Social Forum –W.S.F.) ที่ประเทศบราซิล ถึงสี่ครั้ง และที่อินเดียหนึ่งครั้ง คณะกรรมการ WSF มีการตกลงกันว่าในปี 2006 จะจัด WSF ในรูปแบบหลายศูนย์กลางตามทวีปต่างๆ แล้วหลังจากนั้นในปี 2007 จะกลับมาจัดที่เดียวอีกครั้งในอัฟริกาที่ประเทศ Kenya

ในปี 2006 ในเอเซียจะจัด WSF เอเซียใต้ที่ปากีสถานในเดือนมกราคม และนอกจากนี้ในการประชุม Asian Consultation on the WSF ที่ศรีลังการะหว่างวันที่ 4-5 มิถุนายนที่ผ่านมา มีการเสนอว่าปี 2006 ควรจัด WSF เอเซียตะวันออกราวๆ เดือนพฤษภาคม- สิงหาคม ประเทศที่มีการพิจารณาคือ อินโดนีเซีย ไทย เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ แต่ในกรณีฟิลิปปินส์มีการสรุปกันว่าความแตกแยกในฝ่ายซ้ายรุนแรงเกินไปที่จะจัดงานได้ ส่วนค่าใช้จ่ายสำหรับคนภายนอกจะสูงมากถ้าจัดที่เกาหลีใต้ พูดง่ายๆ ขณะนี้คณะกกรมการสากลของ WSF เอเซียกำลังพิจารณาระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย และมีการจัดประชุมหารือครั้งที่สองหลังการประชุมครั้งแรกที่ศรีลังกา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่กรุงเทพฯ

เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ไม่กระจายข่าวเรื่องนี้ไปสู่กลุ่มและองค์กรต่างๆ ในไทยอย่างกว้างขวางในระยะ 2 เดือนครึ่งหลังการประชุมที่ศรีลังกา อย่างไรก็ตามปัญหานี้ไม่ควรถูกใช้เป็นข้ออ้างหรือกลายเป็นอุปสรรค์ในการพิจารณาว่าเราในเมืองไทยต้องการจะจัดงาน WSF หรือไม่ ดังนั้นขอเสนอแง่คิด ทั้งในเชิงบวกและลบ เกี่ยวกับการจัด WSF ที่ไทย

ข้อดีของการจัดงาน WSF ในไทย

ประเทศไทยมีภาคประชาชนที่มีประวัติการต่อสู้มายาวนาน มีขบวนการทางสังคมที่เข้มแข็งและหลากหลาย แต่การเมืองของภาคประชาชนไทยมีจุดอ่อนในเรื่องการแยกส่วนเคลื่อนไหวและการพึ่งพิงฝ่ายรัฐมากเกินไป ดังนั้นถ้าเรามีโอกาสที่จะจัดงานประชุมนานาชาติ WSF ที่ไทย ก็คงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับขบวนการภาคประชาชนไทยในการพัฒนาการเมืองอิสระ และการเคลื่อนไหวที่เข้มแข็งให้ดียิ่งขึ้น ผ่านการแลกเปลี่ยนกันภายในขบวนการไทยและการแลกเปลี่ยนกับขบวนการสากล นอกจากนี้การจัดประชุมจะเป็นโอกาสในการร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างองค์กรต่างๆ ในภาคประชาชนไทยที่หลากหลาย เพื่อลดความขัดแย้งและทัศนะเล่นพรรคเล่นพวกที่ยังมีอยู่

เงื่อนไขหลักในการจัดการประชุม WSF ที่จะช่วยให้ประสบผลสำเร็จ - บทเรียนจากการประชุมที่อื่นในอดีต

การประชุม WSF เป็นโอกาสในการร่วมกันสร้างกระบวนการไปสู่ “ โลกใบใหม่” ผ่านการเปิดพื้นที่กว้างเพื่อการแลกเปลี่ยนในภาคประชาชน WSF เป็นพื้นที่กว้างที่ยอมรับหลากหลายความคิดของภาคประชาชน แต่มีจุดยืนที่ชัดเจนในการต้านกลไกตลาดของแนวเสรีนิยมใหม่ และต้านการทำสงครามและความรุนแรงของจักรวรรดินิยมและรัฐทุกรูปแบบ ในอดีตผู้ที่มีส่วนร่วมในการประชุมสากลแบบนี้ส่วนใหญ่ (90% ในกรณีที่จัดที่เอเซีย) มาจากคนภายในประเทศ ดังนั้นเราต้องมองว่าเราจัด WSF ในไทยเพื่อพัฒนาขบวนการของไทยให้เดินหน้าพร้อมขบวนการสากล

เงื่อนไขที่จะไปสู่ความสำเร็จในการจัดงาน :

  • การเตรียมตัวจัดงานต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายต่างๆ ในภาคประชาชนที่หลากหลาย โดยไม่มีการกีดกันเล่นพรรคเล่นพวก ต้องเปิดกว้าง องค์กรใดองค์กรหนึ่งไม่มีวันสามารถจัดงานนี้ได้ ต้องเป็นกรรมการที่ประกอบไปด้วยหลายฝ่าย และกระบวนการจัดงานต้องทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างโอกาสในการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เป้าหมายในการจัดงาน WSF ที่ไทยคือให้มีผู้เข้าประชุมและมีส่วนร่วมประมาณ 5000-8,000 คน ไม่ใช่เกณฑ์คนมาฟัง
  • เกือบทุกส่วนของภาคประชาชน โดยเฉพาะระดับรากหญ้า ซึ่งรวมถึง NGO ขบวนการทางสังคม สมัชชาคนจน กลุ่มเกษตรกร สหภาพแรงงานภาครัฐและเอกชน ขบวนการนักศึกษา ขบวนการเคลื่อนไหวการเมืองเพศ กลุ่มศาสนา กลุ่มการเมืองฝ่ายซ้าย กลุ่มชาติพันธ์ และกลุ่มคนงานข้ามชาติ ต้องตกลงร่วมกันว่าพร้อมและต้องการจะจัดงานโดยทำงานร่วมกัน เพราะงานนี้ต้องประกอบไปด้วยผู้มีส่วนร่วมเป็นพันๆ
  • การจัดงานต้องทำภายใต้อุดมการณ์ที่ยอมรับความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นทางความคิด หรือวิถีชีวิตและทางเลือกทางเพศ
  • การจัดงานควรเริ่มจากความพยายามที่จะหาทาง “ สร้างโลกใบใหม่” ซึ่งเป็นคำขวัญที่สะท้อนจุดยืนขบวนการ WSF ในทางปฏิบัติมันแปลว่างานประชุมไม่ควรเป็นการบ่นถึงปัญหาอย่างแยกส่วน หรือขอร้องให้รัฐบาลนายทุนช่วยเรา แต่ควรเน้นการแก้ปัญหาโดยภาคประชาชนสากลเอง โดยเลือกทางออกที่ไม่ใช่เสรีนิยมกลไกตลาด และที่ไม่สนับสนุนความรุนแรงและชาตินิยมของรัฐ
  • เราต้องพร้อมจะอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนกันอย่างเต็มที่ ซึ่งหมายความว่าต้องมีระบบแปลเป็นหลายภาษาผ่านองค์กรอาสาสมัคร Babels ของ WSF

เงินทุนในการจัดงาน

การจัดงาน WSF จัดโดยที่ภาคประชาชนในประเทศเจ้าภาพเป็นผู้หาทุนเอง 90% เพื่อใช้ในการบริหารจัดงาน การเช่าสถานที่และอุปกรณ์ และในการประชาสัมพันธ์ ส่วนค่าเดินทางและที่พักของผู้เข้าร่วม ผู้เข้าร่วมต้องรับผิดชอบเอง

WSF มีกฏเกณฑ์ชัดเจนเรื่องการหาทุน ในประการแรกส่วนหนึ่งมาจากการขายตั๋วเข้าร่วมประชุมในอัตราก้าวหน้า ในประการที่สองมีการตกลงกันว่าจะไม่รับเงินจากกลุ่มทุนและองค์กรที่สนับสนุนเสรีนิยม ในกรณีไทยมันหมายความว่าเราต้องไม่ไปขอเงินจากนักการเมืองกลุ่มทุน โดยเฉพาะคนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล ทั้งนี้เพื่อรักษาอิสรภาพของภาคประชาชนในการถกเถียงประเด็นทางการเมืองทุกเรื่อง ไม่ว่ารัฐจะเห็นด้วยหรือไม่ ดังนั้นเราต้องคิดหาทางรณรงค์หาเงินทุนในภาคประชาชนเอง เช่นจากขบวนการทางสังคม สหภาพแรงงาน และกลุ่มอื่นๆ ของภาคประชาชน

เราจัดที่ไทยได้หรือไม่ ?

คนเดียว กลุ่มเดียวตอบไม่ได้ แต่ที่ชัดเจนคือถ้าเราอยากจัด และพร้อมจะทำงานร่วมกันเราจัดได้

การตัดสินใจว่าจะขอจัดหรือไม่ที่เมืองไทย ต้องมาจากการแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง แต่ในที่สุดเราต้องให้คำตอบกับกรรมการสากล WSF ต้นเดือนตุลาคม ดังนั้น…….

ขอเชิญชวน ผู้แทนของกลุ่มและองค์กรต่างๆ ในภาคประชาชนทุกส่วน มาร่วมประชุมเพื่อหารือว่าอยากจะจัดงาน WSF ที่เมืองไทยหรือไม่

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม

เวลา 13.00 น

ห้องประชุม 13 คณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ ตึก 3

ถ้าองค์กรของท่านส่งผู้แทนมาไม่ได้แต่อยากร่วมจัดงาน WSF หรืออยากแสดงความเห็นกรุณาติดต่อมาทางไปรษณีย์ที่ ใจ อึ๊งภากรณ์ หรือ กนกรัตน์ เลิศชูสกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ 10330 หรือ โทรศัพท์ 013469481