“แรงงาน” เฮ! “สมศักดิ์” สั่งเพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันสังคมแล้ว
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 6 ตุลาคม 2548 18:23 น.
 
       
“กลุ่มผู้ใช้แรงงาน” ได้เฮ-หลัง “สมศักดิ์” สั่งเพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันสังคมแล้ว เผยเพิ่ม เงินสงเคราะห์บุตร ให้ได้มากกว่าเดือนละ 300 บาท พร้อมให้คนงานหญิงที่ “ตั้งครรภ์” ซึ่งเป็นผู้ประกันตน สามารถเบิกค่าฝากครรภ์ และการตรวจรักษาได้ในวันที่ 1 พ.ย.นี้
       
       วันนี้ (6 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่พันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย (พสป.) ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อกระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ในการเพิ่มสิทธิประโยชน์ทดแทนประกันสังคมคือ
       1.ให้สำนักงานประกันสังคมเพิ่ม และขยายสิทธิผลประโยชน์ทดแทนให้กับผู้ประกันตนครอบคลุมถึงบุตรคือ ให้บุตรของผู้ประกันตนจำนวนไม่เกิน 2 คน มีสิทธิได้ประโยชน์ทดแทนค่ารักษาพยาบาลเช่นเดียวกันกับผู้ประกันตน
       2.เพิ่มเงินค่าคลอดบุตรจาก 6,000 บาท เป็น 10,000 บาท และให้สามารถเบิกค่าฝากครรภ์ได้ รวมทั้งเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรจากเดือนละ 200 บาท เป็นเดือนละ 300 บาท และให้ขยายสิทธิการสงเคราะห์บุตรสำหรับบุตรซึ่งมีอายุจากเดิมไม่เกิน 6 ปี เป็น 12 ปีบริบูรณ์
       3.ให้คนตกงานที่ใช้สิทธิตามมาตรา 39 จ่ายเงินประกันสังคมในอัตราเดียวคือ 192 บาท ทั้งนี้ โดยการเปลี่ยนแปลงฐานการคำนวณอัตราเงินสมทบใหม่ เนื่องจากอัตราเงินสมทบของคนตกงานในปัจจุบันอยู่ที่ 432 บาทเป็นอัตราที่สูงเกินไป สำนักงานประกันสังคมจึงได้จัดให้มีการประชุมเพื่อทำความเข้าใจในประเด็นข้อเรียกร้องดังกล่าว เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ห้องประชุมกองอำนวยการ            
       ล่าสุดนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานที่ประชุม โดยกล่าวยืนยันต่อตัวแทนองค์กรแรงงานกว่า 50 คนว่า จากการศึกษาสถานะของกองทุนในวันนี้ ได้ข้อสรุปในเบื้องต้นที่ยืนยันได้คือ จะเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรให้ได้มากกว่าเดือนละ 300 บาท ส่วนจะมากกว่า 300 บาท รวมทั้งในเรื่องการขยายระยะเวลาเป็น 12 ปีนั้น ในวันพุธหน้าที่ 12 ต.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงแรงงานจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง
       
       ส่วนข้อเรียกร้องให้คนงานหญิงที่ตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นผู้ประกันตน สามารถเบิกค่าฝากครรภ์ และการตรวจรักษาได้ด้วยนั้น จะประกาศเป็นกฎกระทรวงให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2548 เป็นต้นไป สำหรับข้อเรียกร้องที่จะให้บุตรผู้ประกันตน 2 คน สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้นั้น กระทรวงแรงงานจะทำการศึกษาตัวเลข และข้อมูลต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อสร้างหลักประกันในเสถียรภาพของเงินกองทุน และให้ผู้ประกันตนได้ประโยชน์สูงสุด รวมไปถึงสมาชิกในครอบครัวด้วย
       
       ด้าน นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ประธานพันธมิตรสหภาพแรงงาน ประชาธิปไตย (พสป.) ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมในครั้งนี้มีความคืบหน้าเป็นที่พอใจของผู้ใช้แรงงานมาก ขอชมเชยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่ได้ดำเนินการตอบสนองต่อผู้ใช้แรงงานได้อย่างรวดเร็ว ส่วนการจัดชุมนุมของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งนำโดยคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานในวันที่ 14 ต.ค.นั้น จะยังคงเป็นไปตามปกติ เพราะยังมีข้อเรียกร้องเกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 233 บาท และการแก้ไขกฎหมายแรงงาน โดยให้ยกเลิกการจ้างงานเหมาค่าแรงที่ทางกระทรวงแรงงานยังไม่มีการแก้ไขให้ดีขึ้น

  
                                   
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง-ข่าวต่อเนื่อง