มหิดลชี้คนไทยถูกคุกคามสุขภาพ ทั้งโรคร้าย-ภัยธรรมชาติ-ปัญหาสังคม

14 ตุลาคม 2548 18:04 น.กทธุรกิจ
มหิดล เปิดปูมปัจจัยเสี่ยงคุกคามสุขภาพไทยปี 48 สึนามิมาแรงแซงภัยใต้ ย้ำไข้หวัดนกยังร้ายต้องระวัง ระบุภัยหญิงถูกข่มขืนใช่ย่อยมีถึง 5,052 คดี เพิ่มขึ้นน่าตกใจ ขณะที่โรคอ้วนยังคุกคามเด็กประถมถึง 1 ใน 3 เผยคนไทยเสี่ยงโรครุมเร้า มีสถิติฆ่าตัวตายวันละ 13 คน

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ทำการวิจัยภาพรวมสุขภาพของคนไทยในช่วงปี 2547 ซึ่งรวบรวมเป็นหนังสือชื่อ " สุขภาพคนไทย 2548 การค้าเสรีกับการเข้าถึงยา 12 ตัวชี้วัดสุขภาพ 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ" เพื่อเป็นบทสะท้อนถึงพิษภัยที่จะคุกคามสุขภาพคนไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)

การวิจัยครั้งนี้ทีมงานผู้วิจัยได้สอบถามความคิดเห็นจากประชาชน นักวิชาการ และผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสุขภาพ ทั้งหมด 1,386 คน จำนวน 5 ครั้ง ได้เสนอแบบเรียงตามลำดับความสำคัญและจำแนกเป็น 3 หมวด ได้แก่ 1. ดัชนีชี้วัดสุขภาพคนไทย 2.ประมวลสถานการณ์เด่นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพคนไทยในรอบปี และ หมวดที่ 3.นำเสนอเรื่องการค้าเสรีและการเข้าถึงยา

ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่การประมวลสถานการณ์เด่นที่เกิดขึ้นในปี 2547 ซึ่งเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญของคนไทย ลำดับที่ 1 คือ ความสูญเสียที่เกิดจากคลื่นสึนามิ เกิดขึ้นใน 6 จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน จากข้อมูลวันที่ 8 มีนาคม 48 มีผู้เสียชีวิต 5,395 คน ผู้ได้รับบาดเจ็บ 8,457 คนและสูญหาย 2,932 คน ทั้งยังมีความเสียหายกับทรัพย์สินที่ประมาณการไม่ได้ ส่วนลำดับที่ 2 คือ สถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่าตั้งแต่ต้นปี 2547 มีเหตุร้ายเกิดขึ้น 919 ครั้ง เป็นเหตุเกี่ยวข้องกับความไม่สงบ 496 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 53 ของเหตุร้ายที่เกิดขึ้น พื้นที่เกิดเหตุมากสุด คือ จ.นราธิวาส 455 ครั้ง รองลงมาคือปัตตานี 276 ครั้งและยะลา 183 ครั้ง ลำดับที่ 3 เป็นสถานการณ์ไข้หวัดนกที่ทำให้สัตว์ปีกตายไปหลายล้านตัว และมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 12 ราย

" สำหรับเรื่องที่สำคัญและมักเกิดขึ้นกับผู้หญิง ถูกจัดไว้ในลำดับที่ 4 คือ ภัยจากการถูกข่มขืน ซึ่งมีเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนๆ จากสถิติทั่วประเทศที่ผู้เสียหายแจ้งความ ในปี 2547 มีถึง 5,052 คดี เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเหตุที่เกิดขึ้นในปี 2540 ที่มีอยู่ 3,741 คดี เท่ากับว่าในรอบ 8 ปีที่ผ่านมามีอัตราคดีข่มขืนถึงร้อยละ 35 และปี 2546-2547 ในจำนวนนี้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจึงเป็นเด็กและเยาวชน มีเพียง 1ใน 3 เท่านั้นที่สามารถนำคนร้ายมาดำเนินคดีได้"

ส่วนลำดับที่ 5 คือ การบริโภคน้ำตาลในนมและขนมเด็ก พบว่ามีเด็กและเยาวชนระหว่างอายุ 5-24 ปี ประมาณ 21 ล้านคน มีเงินไปโรงเรียนปีละ 354,911 ล้านบาท ใช้จ่ายกับขนมขบเคี้ยวทั้งปี 161,580 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับ 15.7 เปอร์เซ็นต์ของเงินประมาณแผ่นดินปี 2547 การบริโภคขนมขบเคี้ยวจึงเป็นพิษภัยที่เกิดกับสุขภาพเด็กโดยตรง นอกจากนี้สถานการณ์ลำดับที่ 6 คือ การที่ต่างชาติขโมยจดสิทธิบัตรสมุนไพรไทย ทั้งเปล้าน้อยและกวาวเครือ ส่วนลำดับที่ 7 ระบุถึงสถานการณ์สื่อลามกที่คุกคามเยาวชนไทย ขณะที่ลำดับที่ 8 คือ ความรุนแรงในวัยรุ่น โดยเฉพาะนักเรียนอาชีวะที่มีการรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลระหว่างเดือนตุลาคม-สิงหาคม 2547 มีเหตุวัยรุ่นตีกันมากกว่า 3 พันครั้ง

ผู้วิจัยยังได้จัดลำดับพิษภัยจากขยะอันตรายอันได้แก่ แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อมูลล่าสุดมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่ายกว่า 27.2 ล้านคน คาดการณ์ว่าปี 2548 จะมีผู้ใช้เพิ่มขึ้นเป็น 30.5-31 ล้านคน มีเพียงร้อยละ 11.1 เท่านั้นที่ผู้ใช้โทรศัพท์ส่งแบตเตอรี่คืนให้บริษัทนำไปจำกัด ขณะที่ข้อมูลจากสถิติสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่าปี 2546 มีเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วประเทศ 1,531,000 เครื่อง เพิ่มขึ้น 1,948,600 เครื่อง ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2547 ไว้ในลำดับที่ 9 ส่วนลำดับที่ 10 เป็นพิษภัยจากการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และบุหรี่ ซึ่งผลการสำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า เยาวชนอายุระหว่าง 15-24 ปี ดื่มแอลกอฮอล์ถึง 3.78 ล้านคน โดยในรอบ 7 ปี(2539-2546)ที่ผ่านมา มีจำนวนวัยรุ่นหญิงอายุ 15-19 ปี ดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า ส่วนบุหรี่นั้นมีผู้สูบบุหรี่เป็นประจำประมาณ 9.6 ล้านคน สูบไม่ประจำ 1.7 ล้านคน รวมผู้สูบบุหรี่ 11.3 ล้านคน ในจำนวนนี้มีเยาวชนอายุระหว่าง 15-24 ปี 1.26 ล้านคน

นอกจากนี้ ผู้จัดทำหนังสือยังได้กล่าวถึงความเสียเปรียบของคนไทยในการเปิดการค้าเสรีกับต่างประเทศ โดยเฉพาะการเข้าถึงยาในการรักษาโรค เมื่อมีการเปิดการค้าเสรีแล้วผู้ผลิตย่อมมีต้นทุนจากการทำการตลาดจนส่งผลให้ต้นทุนในการวิจัยพัฒนาและการผลิตยาเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้การจดสิทธิบัตรยาที่ทำให้มีการผูกขาดก็จะทำให้โอกาสการแข่งขันลดลงจนทำให้ราคาสูงขึ้น

ทั้งนี้ผู้วิจัยได้นำดัชนีชี้วัดสุขภาพคนไทยมาประมวลเพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ของปี 2547 ที่ผ่านมาปรากฏว่า มีการทำแท้งถึง 61,000 ราย ทั้งยังพบอัตราการเป็นมะเร็งตับของผู้ชายเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนผู้หญิงเป็นมะเร็งปากมดลูกเป็นอันดับหนึ่ง

ผู้วิจัยยังระบุถึงความน่ากังวลในสถานการณ์ของเด็ก เนื่องจากพบว่าเด็กประถมศึกษา 1 ใน 5 เป็นโรคอ้วนและส่วนใหญ่มีความดันโลหิตผิดปกติ อีกทั้งยังพบว่าคนไทยกว่า 4 ล้านครัวเรือนยังไม่มีบ้านหรือที่ดินเป็นของตัวเอง สำหรับสถานการณ์ความยากจนยังมีมากอยู่ที่ภาคอีสาน ส่วนสถานการณ์สุขภาพจิตคุกคามคนไทย คือชายไทย กว่า 7.8 ล้านคนป่วยเป็นโรคติดสุรา มีสูงสุดในภาคกลาง คือ ร้อยละ 65.9 ทั้งนี้ยังพบอีกว่าปี 2546 มีคนไทยฆ่าตัวตายวันละ 13 คน