พสป.นำพยานหลักฐานส่งมอบรัฐมนตรี |
ตามที่พันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย(พสป) ได้ร้องเรียนต่อรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานนาย สมศักดิ์ เทพสุทิน เมื่อวันที่ 20เมษายน 2549 ที่ผ่านมา ให้มีตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางตรวจสอบกรณีปลัดกระทรวงแรงงานนาย สมชาย วงษ์สวัสดิ์ อนุมัติเงินค่าเช่าสำนักงานแห่งใหม่ในอัตราที่สูงผิดปกติ และตรวจสอบระเบียบกระทรวงแรงงานที่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทจัดหางาน ตลอดจนการใช้อำนาจหน้าที่ของนาง วรรณพร ชูอำนาจ หัวหน้าสำนักงานแรงงานไทยในฮ่องกงในการกดขี่เอารัดเอาเปรียบลูกจ้างชั่วคราวที่กระทรวงแรงงานเป็นผู้ว่าจ้างในการบีบบังคับให้ทำสัญญาจ้างปีต่อปีอย่างไม่เป็นธรรม ในวันที่ 4 พฤษภาคม 49 พันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย(พสป) จึงได้นำ นายชยันกานต์ ศักดาเจริญกิจ นาง นางสาวปวีณา อุปพงษ์ อดีตลูกจ้างกระทรวงแรงงาน ที่ถูกบีบบังคับให้ทำสัญญาจ้างปีต่อปีและถูกออกคำสั่งให้ออกไปเรียกเก็บเงินจากบริษัทจัดหางาน จนทำให้กระทรวงแรงงานออกระเบียบเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทและนายหน้าจัดหางาน รวมทั้งนางสาว วีระยา ทาราศรี ซึ่งเป็นแรงงานหญิงทำงานในฮ่องกงเป็นผู้ช่วยแม่บ้าน เดินทางมาจากฮ่องกง มาแถลงข้อเท็จจริงกรณีระเบียบเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทจัดหางานของกระทรวงแรงงาน และ การดำเนินงานที่ไม่โปร่งใส มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต นอกเหนือจากประเด็นพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทจัดหางานแล้ว นางสาววีระยา ทาราศรี ยังได้เปิดโปงอีกว่า การบริหารงานเกี่ยวกับการเรียนการสอนและการสอบในโครงการ ศึกษาระดับอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ปรากฏว่ามีการเรียกเก็บเงินจากนักศึกษา คนละ 5 เหรียญฮ่องกงหรือคนละ 25 บาท เป็นค่าจัดส่งเอกสารลงทะเบียนการเรียนโดยไม่มีการออกใบเสร็จรับเงินให้ ในปีหนึ่งจะมีนักศึกษาเรียนราว 100-150 คน ทั้งๆที่แต่ละคนต้องเสียเงินค่าลงทะเบียนเรียนเทอมละ 7000 บาท เป็นอัตราที่สูงมาก ในปีหนึ่งมีสองเทอม แต่ เอกสารและหนังสือประกอบการเรียนนั้นต้องเดินทางไปรับด้วยตนเองแทนการจัดส่งถึงบ้าน นาย สมยศ พฤกษาเกษมสุข ประธานพันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย(พสป) ได้แถลงว่า รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานนายสมศักดิ์ เทพสุทินได้มอบหมายให้นาย ฐาปบุตร ชมเสวี รองปลัดกระทรวงแรงงานให้ศึกษาข้อเท็จจริงตามที่ได้ร้องเรียน แต่ปรากฏว่า ยังไม่มีการดำเนินการตามการร้องเรียนดังกล่าว จึงต้องนำลูกจ้างชั่วคราวและผู้เสียหายจากการบริหารงานที่กดขี่และมีพฤติกรรมข้าราชการส่อไปในทางทุจริต มานำเสนอข้อเท็จจริงต่อรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและต่อสื่อมวลชน โดยมีข้อเรียกร้องคือ 1.ให้มีการตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางสอบสวนข้อเท็จจริงตามที่ได้ร้องเรียนมาทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริหารงบประมาณเกี่ยวกับเงินค่าล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ งบและค่าใช้จ่ายในโครงการการศึกษาทางไกล งบและค่าใช้จ่ายการฝึกอาชีพพัฒนาฝีมือแรงงาน และงบและค่าใช้จ่ายการเรียนการสอนในโครงการมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช งบประมาณและการใช้จ่ายการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติในปี 2005 โดยเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดรวมทั้งการชี้แจงต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนให้ทราบเป็นทางการด้วย โดยในระหว่างนี้ให้นาง วรรณพร ชูอำนาจ ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในกรุงเทพหรือที่อื่น เพื่อไม่ให้มีการใช้อำนาจกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่ หรือทำการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายหลักฐาน 2. ให้ระงับเงินค่าเช่าสำนักงานแห่งใหม่ โดยให้เช่าสำนักงานเดิมต่อไป และนำเงินงบประมาณที่เคยอนุมัติเป็นค่าเช่าดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อแรงงานไทยในฮ่องกงเช่นการจัดแพทย์ชาวไทยตรวจสุขภาพแรงงานไทยในฮ่องกง การพัฒนาฝีมือแรงงาน ยกระดับการศึกษาของแรงงานไทยในฮ่องกง การจัดกิจกรรมทางสังคมฯลฯ 3.ให้ยกเลิกระเบียบราชการของกระทรวงแรงงานที่เอื้อประโยชน์ต่อบริษัทจัดหางานให้เจ้าหน้าที่ทำงานให้บริการการจัดทำสัญญาจ้างโดยรวดเร็ว และกำหนดกฎเกณฑ์บ้านพักฉุกเฉินที่เปิดกว้าง ให้แรงงานชาวไทยผู้เดือดร้อนสามารถมาใช้บ้านพักฉุกเฉินตามความเป็นจริงได้ โดยไม่มีการกีดกันหรือผลักใสให้ไปพักกับบริษัทจัดหางาน 4. ให้ยกเลิกการทำสัญญาจ้างปีต่อปีที่กระทำต่อพนักงานชั่วคราวที่ถูกว่าจ้างโดยกระทรวงแรงงานทุกคน ให้บรรจุเจ้าหน้าที่ในตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราวที่ทำงานมาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีมาแล้วเป็นข้าราชการประจำของกระทรวงแรงงาน
|