ลูกจ้างกระทรวงแรงงาน โวยถูกเอาเปรียบอย่างหนัก
กงสุลแรงงานที่ฮ่องกง บีบให้ทำสัญญาจ้างปีต่อปี
และให้มีผลย้อนหลัง

 

สำนักข่าวสยามออนไลน์ 19.4.06 นายชยันต์กานต์ ศักดาเจริญกิจ ซึ่งเคยเป็นลูกจ้างของกระทรวงแรงงาน ที่ถูกว่าจ้างโดยนาง วรรณพร ชูอำนาจ กงสุลฝ่ายแรงงาน และเป็นหัวหน้าสำนักงานแรงงาน ณ เมืองฮ่องกง ภายใต้ระเบียบกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่าด้วยการจัดที่พักฉุกเฉินเพื่อสงเคราะห์แก่คนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ได้เปิดเผยถึง ความไม่เป็นธรรมจากการที่สำนักงานแรงงาน ณ เมืองฮ่องกง โดยนาง วรรณพร ชูอำนาจ กงสุลฝ่ายแรงงาน ได้นำสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาแน่นอน คือทำสัญญาจ้างปีต่อปี มาใช้ เป็นการทำสัญญาจ้างให้มีผลย้อนหลัง ทั้งที่ตนเองนั้นถูกว่าจ้างมาตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2538 ทั้งนี้นางวรรณพร ชูอำนาจได้บีบบังคับให้ต้องทำสัญญาจ้างปีต่อปีดังกล่าว โดยอ้างว่า หากไม่เซ็นชื่อลงนามในสัญญาจ้างจะไม่จ่ายเงินเดือน เงินรางวัลตามประเพณีท้องถิ่นให้ นายชยันต์กานต์ ศักดาเจริญและเพื่อนๆอีกสองคนจึงยอมที่จะทำสัญญาจ้างดังกล่าว แต่ได้เขียนคำโต้แย้งไว้ที่ท้ายเอกสารของสัญญาจ้างดังกล่าว จากการโต้แย้งสิทธิในครั้งนี้เป็นเหตุให้ต่อมานายชยันต์กานต์ ศักดาเจริญกิจถูกกลั่นแกล้งกดดันอย่างหนักเช่น เปลี่ยนตำแหน่งงานจากเดิมนั่งเคาท์เตอร์ข้างหน้า ทำหน้าที่ ตรวจสอบเอกสารสัญญาจ้าง ให้ไปทำงานในหน้าที่ใหม่ เช่น การพิมพ์เอกสารเก็บข้อมูลอยู่ด้านหลัง และให้รับเรื่องราวร้องทุกข์ จนในที่สุดต้องลาออกไปเอง เพราะไม่สามารถทนต่อพฤติกรรมต่างๆได้

ตนเห็นว่า การทำสัญญาจ้างย้อนหลังนั้นไม่เป็นธรรม เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการทำสัญญาจ้างปีต่อปีนั้น จะทำให้ลูกจ้างทุกคนไม่กล้าที่จะเรียกร้องสิทธิใดๆ เพราะเกรงว่า ทางราชการจะไม่ต่อสัญญาจ้างให้ ขณะนี้มีลูกจ้างของกระทรวงแรงงานเหลืออีกสองคนที่ทำงานภายใต้สัญญาจ้างปีต่อปี บางคนลาพักได้รับอนุมัติ แต่กลับมาทำงานก็โดนหักเงินเดือน แต่ต้องจำยอมไม่ปริปากบ่น เพราะเกรงว่าจะไม่มีการต่อสัญญาจ้างให้

ในสัญญาจ้างปีต่อปี หรือที่เรียกว่าสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาแน่นอนนั้น ปรากฏว่า ได้กำหนดให้ผู้ว่าจ้าง หรือหัวหน้าสำนักงานแรงงาน สามารถมอบหมายงานอะไรให้ทำก็ได้ทั้งเป็นการทำงานในวันหยุดและการปฏิบัติหน้าที่นอกสถานที่ เป็นสัญญาจ้าง ที่ทำให้ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นข้าราชการของกระทรวงแรงงาน สามารถเอารัดเอาเปรียบลูกจ้างได้ทุกประการและถ้าหากผู้บริหารของกระทรวงแรงงานใช้อำนาจหน้าที่บริหารงานโดยไม่ชอบด้วยเหตุผลแล้ว เท่ากับเป็นการตกนรกทั้งเป็นทีเดียว และแม้ว่าจะได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่นอกเหนือจากสัญญาว่าจ้าง ก็ต้องปฏิบัติตามโดยไม่มีเงื่อนไข หากใครเรียกร้องสิทธิของตนเองจะถูกกลั่นแกล้งสารพัดกระทั่งบอกเลิกสัญญาจ้าง ปัญหาของลูกจ้างของกระทรวงแรงงานเหล่านี้ไม่รู้ว่าจะไปร้องเรียนกับหน่วยงานใดได้บ้าง

นายชยันต์กานต์ ศักดาเจริญกิจ ได้ยกตัวอย่างของงานที่ได้เคยได้รับมอบหมายนอกเหนือจากการทำงานตามปกติ อย่างเช่น ระหว่างที่ตนเองทำงานอยู่ในสำนักงานแรงงานไทย ซึ่งมีนางวรรณพร ชูอำนาจเป็นหัวหน้าสำนักงานอยู่นั้น ถูกสั่งและมอบหมายให้ออกไปเรี่ยไร เงินจากบริษัทจัดหางานในฮ่องกง ตนเองต้องไปทำ ทั้งๆที่การเรี่ยไรเงินนั้น มักจะถูกบริษัทจัดหางานต่อว่าหรือถูกตำหนิอยู่เสมอ เพราะไปรบกวนงานธุรกิจของเขาซึ่งงานเรี่ยไร ไม่ใช่งานในหน้าที่สำคัญ นอกจากนี้เมื่อมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือนักการเมืองมาเที่ยวฮ่องกง เป็นการมาเยือนโดยส่วนตัว ยังถูกสั่งให้ไปคอยให้การต้อนรับ ทั้งที่เป็นเวลานอกราชการ

นายชยันต์กานต์ ศักดาเจริญกิจ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อทนทำงานภายใต้แรงกดดันไม่ได้ จึงได้ลาออกและได้มาขอให้ทางสำนักงานแรงงาน ณ เมืองฮ่องกง ออกหนังสือรับรองการทำงานให้เพื่อนำไปใช้สมัครงานใหม่ แต่ปรากฎว่าทางสำนักงานแรงงานไม่ยอมออกหนังสือราชการรับรองการทำงานให้

ขอวิงวอนให้รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานได้ตรวจสอบในเรื่องสัญญาจ้างปีต่อปีและการเอารัดเอาเปรียบลูกจ้างของกระทรวงแรงงานและได้ตรวจสอบพฤติกรรมของผู้บริหารสำนักงานแรงงานที่ฮ่องกงด้วยว่าได้บริหารงานโดยเคารพสิทธิของลูกจ้างหรือไม่ เพราะกระทรวงแรงงาน ต้องทำหน้าที่คุ้มครองแรงงาน แต่เมื่อมากดขี่ เอารัดเอาเปรียบและละเมิดสิทธิของลูกจ้างซึ่งกระทรวงแรงงานเป็นผู้ว่าจ้างด้วยตนเองเช่นนี้แล้ว เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานจะไปให้การคุ้มครองแรงงานผู้ใช้แรงงานคนอื่นๆได้อย่างไร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม +852-61564509

สำนักข่าวสยามออนไลน์ 18.4.06