แรงงานค้าน สปส. ลงทุนต่างประเทศ

 

นักวิชาการแนะสปส. ควรศึกษาข้อมูลการลงทุนเพิ่ม ระบุการลงทุนในต่างประเทศไม่ใช่ทางออกสุดท้าย ชี้ลงทุนในประเทศสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนและสังคมมากกว่า

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.48 สำนักงานประกันสังคมจัดประชุมชี้แจง การบริหารกองทุนประกันสังคม ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถ.รัชดา เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ประกันตนและเป็นการระดมความคิดเห็นในประเด็นการนำเงินกองทุนประกันสังคม 8,000 ล้านบาทไปลงทุนในต่างประเทศ โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ตัวแทนนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ผู้แทนจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารงานสำนักงานประกันสังคม และสื่อมวลชน รวมกว่า 200 คน

สืบเนื่องจากการที่ขบวนการแรงงานได้เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องต่อนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อคัดค้านกรณีที่สำนักงานประกันสังคมจะนำเงินกองทุนกรณีชราภาพไปลงทุนในต่างประเทศ โดยอ้างเหตุ การเก็บเงินสมทบกองทุนกรณีชราภาพในปัจจุบันไม่เพียงพอที่จะจ่ายบำนาญให้กับผู้ประกันตนในอนาคตที่จะทยอยเกษียณอายุตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นไป จึงจำเป็นจะต้องหารายได้เพิ่มเติมด้วยการนำเงินกองทุนฯ ไปลงทุนในต่างประเทศ นำมาสู่การจัดเวทีชี้แจงของสปส.ในครั้งนี้

นางนวพร เรืองสกุล ผู้อำนวยการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ในฐานะวิทยากรในงาน ชี้แจงว่า การลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศนั้น เกิดจากความพยายามที่จะกระจายความเสี่ยงในการลงทุนไปยังต่างประเทศ โดยเกณฑ์การพิจารณาจะคำนึงถึงผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงต่ำ ซึ่งถือเป็นวิธีการลงทุนหลักที่ใช้กันอยู่ทั่วทุกประเทศ

ทางด้านรศ.ดร.ณรงค์ เพชรประเสริฐ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็น ว่า หลักการบริหารงานของประกันสังคมนั้นต้องคำนึงถึงประโยชน์ และความพึงพอใจสูงสุดที่ผู้ประกันตนจะได้รับ ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลเงินกองทุนให้มีความมั่นคง และปลอดภัยสูงสุดเช่นกัน ส่วนเรื่องการนำเงินไปลงทุนเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่กองทุนนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่สิ่งสำคัญคือการจัดทำข้อมูลศึกษาเชิงเปรียบเทียบให้ชัดเจน ด้วยเหตุที่ผู้ประกันตนส่วนหนึ่งมีความเห็นว่าควรนำเงินจำนวนนี้มาเป็นกองทุนเงินกู้ของผู้ประกันตนผ่านธนาคาร ซึ่งจะสร้างประโยชน์และความพึงพอใจให้แก่ผู้ประกันตนและประชาชนมากกว่า เพราะดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นน่าจะไม่น้อยกว่าผลตอบแทนจากการลงทุนอื่นๆ โดยเฉพาะการลงทุนในต่างประเทศ

‘ ในความเห็นส่วนตัวมองว่า มีความเป็นไปได้ที่จะจัดโครงการธนาคารเพื่อผู้ประกันตนขึ้นเพราะเงินส่วนนี้เป็นของผู้ประกันตน เช่นเดียวกับที่รัฐมีโครงการธนาคารเพื่อประชาชน และพยายามจะตั้งโครงการธนาคารหมู่บ้าน ซึ่งโครงการเหล่านั้นมาจากเงินภาษีของประชาชนล้วนๆ’ ดังนั้นในการลงทุนที่มีความมั่นคง และสามารถสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้ประกันตนจึงมีทางเลือกอีกมากมาย ซึ่งการปิดตัวเอง เปรียบเหมือนกับม้าที่ถูกปิดตาเพื่อให้วิ่งไปข้างหน้าอย่างเดียวนั้นไม่ใช่เป็นการพิจารณาอย่างมีวิสัยทัศน์ที่รอบด้าน อ.ณรงค์กล่าวในที่สุด

ในส่วนของตัวแทนผู้ใช้แรงงานแสดงความคิดเห็นว่า ทางประกันสังคมจะต้องนำเสนอรายละเอียดในการลงทุน และจัดทำข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างการลงทุนในต่างประเทศกับการลงทุนในประเทศให้ชัดเจนมากกว่านี้ เพื่อให้ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมพิจารณาก่อนการตัดสินใจ อีกทั้งมีการนำเสนอให้เพิ่มการลงทุนทางสังคม เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้ประกันตน ซึ่งคงจะได้มีการติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการของประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง

รุ่งทิวา รัตนธรรม

สำนักข่าวสยามออนไลน์

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www .workers -voice .org