รมต.แรงงาน สมศักดิ์ เทพสุทิน
รับปากสางปัญหาการจ้างงานเหมาค่าแรง
 

 

จากกรณีที่พันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย(พสป)ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อนาย สมศักดิ์ เทพสุทิน ให้ทางรัฐบาลอนุมัติเงินช่วยเหลือการครองชีพให้กับผู้ใช้แรงงาน ที่ได้รับค่าจ้างในอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ในลักษณะคูปอง อาทิ คูปองตั๋วรถโดยสารครึ่งราคา คูปองซื้อสินค้าที่จำเป็นในการดำรงชีพครึ่งราคา ซึ่งผู้ใช้แรงงานเห็นว่าเป็นความคิดริเริ่มที่ดีในการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ควรจะได้รับเงินอุดหนุนดังกล่าวเป็นเงินสด จำนวน 400 บาท ให้กับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมทุกคนโดยเท่าเทียมกัน และให้มีระยะเวลาการใช้อย่างน้อย 1 ปี ให้มีการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 233 บาท และให้แก้ไขกฎหมายแรงงานกำหนดให้ค่าจ้างขั้นต่ำ หมายถึง ค่าจ้างที่คำนวณจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำรงชีพสำหรับคนงาน 1 คน และสมาชิกในครอบครัวอีก 2 คน ให้มีการแก้ไขกฎหมายแรงงานยกเลิกการจ้างงานเหมาค่าแรง รวมทั้งให้รัฐมนตรีกระรทรวงแรงงานออกคำสั่งกระทรวงแรงงานเกี่ยวกับการจัดให้มีส้วมสำหรับหญิงตั้งครรภ์ในสถานประกอบการ

รายงานข่าวความคืบหน้ากรณีดังกล่าวนั้น รัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้กล่าวยืนยัน ในกรณีเงินอุดหนุนช่วยเหลือการครองชีพของผู้ใช้แรงงานว่า เรื่องคูปองนั้นยังไม่มีบทสรุป แต่ถ้าจะอนุมัติก็จะเอาเป็นเงินสดให้ เพราะอยากให้ไปซื้อกะปิ น้ำปลา ปลาร้า ปลาเจ่า ทั้งนี้กำลังดูเรื่องกฎหมายอยู่ว่าจะสามารถใช้เงินได้หรือไม่ ส่วนเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำนั้นจะพิจารณาขึ้นให้ได้แต่ไม่สามารถจะขึ้นให้ได้ถึงวันละ 233 บาท

นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ เรื่องการจ้างเหมาค่าแรงนั้น ถ้าหากตีความกันแล้วว่าเป็นการจำกัดสิทธิตามรัฐธรรมนูญเราก็ห้ามไม่ได้ แต่เราก็บอกว่าสวัสดิการทั้งหลายที่ลูกจ้างที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างของโรงงานโดยตรง แต่เป็นลูกจ้างที่เกิดขึ้นจากการจ้างเหมาค่าแรงจะต้องได้สิทธิเท่ากันหรือมากกว่า ยกตัวอย่างคือ บริษัทสมศักดิ์ มีคนงานอยู่ 500 คน ได้รับ order จากต่างประเทศ จึงเอางานไปจ้างบริษัท ข ซึ่งบริษัท ข ก็ได้ไปจ้างคนงานมา 200 คน ทำงานรวมกันกับคนงานบริษัทสมศักดิ์ ดังนั้นบริษัทสมศักดิ์ให้ค่าแรงวันละ 184 บาท แต่บริษัท ข ที่มาทำเนี่ยต้องได้สวัสดิการทุกอย่างเท่ากันหมด และค่าแรงต้องมากกว่า 184 บาท เพราะผมให้เหตุผลว่า บริษัทสมศักดิ์จ้างคนงานทั้งปีทั้งชาติ แต่บริษัท ข เวลาหมดงานก็ต้องออก เพราะฉะนั้นมันต้องได้เงินเดือนหรือค่าแรงมากกว่าที่บริษัทสมศักดิ์จ้างโดยตรง”

สำหรับกรณีที่กลุ่มคนงานสตรีสู่เสรีภาพได้เรียกร้องให้ออกกฎหกระทรวงแรงงานเกี่ยวกับการจัดให้มีส้วมชักโครกสำหรับคนงานหญิงที่ตั้งครรภ์เป็นการเฉพาะ รวมทั้งติดตั้งตู้หยอดเหรียญผ้าอนามัย ที่อ่านหนังสือพิมพ์ ซึ่งอยู่ในอำนาจที่รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานจะสั่งการได้นั้น จะดำเนินการให้ทันที โดยจะสั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองยกร่างกฎกระทรวงออกมาแล้วจะลงนามประกาศใช้ได้เลย