พสป.ยื่นคำขาดรัฐแก้ปัญหาเร่งด่วน เสนอทางออกทางการเมือง
 

พสป.ยื่นหนังสือถึงทักษิณ ชี้ทางออกทางการเมือง เร่ง แก้ปัญหากรรมกรโดยทันที ด้วยการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 233 บาท แก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานเพื่อยกเลิกการจ้างเหมาค่าแรง และแก้ไขกฎหมายแรงงานให้เป็นไปตามข้อเสนอของผู้ใช้แรงงาน พร้อมทั้งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้กรรมกรชาวนามีส่วนร่วม นำบันไดมามอบให้ถึงทำเนียบรัฐบาลเป็นทางลงให้ทักษิณ

 

วานนี้ ( 21 ก.พ.) ตัวแทนแรงงานร่วม 100 คน ในนามพันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย (พสป.) บุกเข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ และแก้ปัญหาเร่งด่วนของกรรมกร-ชาวนา ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล โดยมีนาย สุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทนรับหนังสือ พร้อมยืนยันว่าจะเชิญตัวแทนผู้ใช้แรงงานเข้าร่วมหารือกรณีการแก้ปัญหาเร่งด่วนให้กับกรรมกรอีกครั้ง ในวันที่ 24 ก.พ.นี้

นาย วสุ แดงสูงเนิน เลขาธิการพันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย กล่าวถึงการออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ว่า นับตั้งแต่พรรคไทยรักไทยได้จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวมาเป็นเวลากว่า 5 ปีนั้น ได้ก่อให้เกิดวิกฤติการณ์ทางด้านต่างๆ อย่างรอบด้านคือ ในด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลทักษิณล้มเหลวในการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร เอื้อประโยชน์ต่อนายทุนผูกขาดให้สามารถกดขี่เอารัดเอาเปรียบผู้ใช้แรงงานอย่างรุนแรง ด้วยการจงใจปล่อยให้มีการจ้างงานรับเหมาค่าแรงซึ่งถือเป็นการกินหัวคิวค่าจ้างของคนงาน กดขี่ค่าจ้างให้ต่ำ ส่งผลให้ผู้ใช้แรงงานมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ทุกข์ยากแสนสาหัส นอกจากนี้วิกฤติการณ์ทางการเมืองอาจนำมาซึ่งความรุนแรงได้ พสป. จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาลดังต่อไปนี้

1. ให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง แล้วจัดตั้งเป็นรัฐบาลรักษาการทำหน้าที่ในการเป็น กองเลขานุการและสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน จากนั้นจึงคืนอำนาจให้ประชาชนด้วยการจัดการเลือกตั้งทั่วไป

2. ขบวนการแรงงานไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาในขณะนี้ เพราะเป็นการหนีปัญหา และไม่นำมาสู่การแก้ไขวิกฤติการณ์การเมือง แต่ควรที่จะเร่งรัดการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นสำคัญเช่น ไม่จำกัดวุฒิการศึกษาสส.และสว. , สส.ไม่ต้องสังกัดพรรค , เก็บภาษีอัตราก้าวหน้าเช่นภาษีที่ดิน ภาษีการซื้อขาย-หุ้น ภาษีมรดก ,ให้กรรมกรมีสิทธิเลือกตั้งในสถานประกอบการ , ประกันรายได้และความมั่นคงการทำงานของเกษตรกร-กรรมกร จัดสวัสดิการสังคมให้กับครอบครัวและชุมชน

3 . รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของกรรมกรด้วยการสั่งการให้คณะกรรมการค่าจ้างกลางขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 233 บาท และแก้ไขกฎหมายแรงงานให้ค่าจ้างขั้นต่ำหมายถึง ค่าจ้างที่พอเพียงในการดำรงชีพสำหรับคนงาน 1 คนและสมาชิกในครอบครัวอีก 2 คน รวมทั้งแก้ไขกฎหมายแรงงานห้ามไม่ให้นายจ้างในสถานประกอบการต่างๆจ้างคนงานของบริษัทรับเหมาค่าแรงหรือจ้างคนงานผ่านบุคคลที่สามหรือนายหน้าเพื่อไม่ให้มีการกินหัวคิวค่าจ้างของคนงาน

4. รัฐบาลจะต้องแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของเกษตรกรโดยทันทีด้วยการจัดงบประมาณให้กับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นำเงินค่าพรีเมี่ยมข้าว มาใช้แก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร

นาย วสุ แดงสูงเนิน ยังกล่าวอีกว่า วันนี้ตัวแทนพสป.ได้เข้ายื่นหนังสือผ่านนาย สุวัจน์ ลิปตพัลลภ และได้เล่าถึงความเดือดร้อนของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งทางนายสุวัจน์ รับปากในประเด็นการแก้ปัญหาเร่งด่วนให้กับผู้ใช้แรงงาน โดยจะเชิญตัวแทนแรงงานเข้าร่วมหารือกับกระทรวงแรงงานในวันที่ 24 ก.พ.นี้ แต่ทั้งนี้หากไม่มีความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาในวันดังกล่าว ขบวนการแรงงานนับหมื่นคนก็พร้อมที่จะร่วมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันที่ 26 ก.พ.อย่างแน่นอน ’ นายวสุกล่าวทิ้งท้าย

ส่วนบรรยากาศการชุมนุมตั้งแต่เวลา 10.30 น. อื้ออึงไปด้วยเสียงตีฆ้องร้องป่าว สลับกับการกล่าวปราศรัยของกลุ่มแรงงาน ประณามความไม่จริงใจของรัฐในการแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้แรงงานตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา พร้อมกับเสียงตะโกนขับไล่นายกฯ ทักษิณเป็นระยะๆ กลุ่มผู้ชุมนุมได้นำบันใดไม้ไผ่ ที่เขียนด้วยข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีทักษิณลาออก จัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว เพื่อทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขปัญหาเร่งด่วนของกรรมกรและชาวนา ไปพาดไว้ที่รั้วทำเนียบรัฐบาล เพื่อสื่อความหมายให้นายกทักษิณก้าวลงจากตำแหน่ง ในระหว่างการชุมนุมไม่มีตัวแทนจากทำเนียบรัฐบาลมารับหนังสือ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุม เดินไปเดินมาและส่งเสียงโห่ร้องตีกลองและเป่านกหวีด ระหว่างประตูที่ 1 และประตูที่ 4 จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.30 น.ผู้ชุมนุมพากันมาปิดล้อมที่ประตูทางเข้าออกทำเนียบรัฐบาล ทำให้ นายสุวัจน์ได้เชิญตัวแทนแรงงานเข้าพบเพื่อชี้แจงและนัดหมายการเจรจาขึ้นในวันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์เวลา 9.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล

ส่วนการเจรจาในประเด็นข้อเรียกร้องที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นประธานที่ประชุมพร้อมด้วยอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานและข้าราชการที่ดูแลรับผิดชอบในส่งวนของการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมพรบ.คุุ้้มครแงแรงงาน มาเข้าร่วมการประชุม โดยมีตัวแทนพสป.จำนวน 15 คน ผลการเจรจาไม่มีความคืบหน้า อันเนื่องมาจากทางรัฐบาลได้ประกาศยุบสภาในวันดังกล่าว