เงินเฟ้อกันยายนพุ่งสูงถึง 6% กรรมกรเดือดจัด ยกพวกบุุกทำเนียบ 14 ตค.นี้ |
นายการุณ กิตติสถาพร ปลัดกระทรวงพาณิชย เปิดเผยว่า ในการประกาศตัวเลขดัชนีผู้บริโภค( เงินเฟ้อ) เดือนกันยายน 2548 ในวันที่ 3 ตุลาคมนี้ มีแนวโน้มว่าเงินเฟ้อจะพุ่งสูงต่อเนื่อง ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 5.8-6.0% สูงขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2548 ที่อยู่ระดับ 5.6% สูงสุดในรอบ 82 เดือน หรือ 6 ปี 10 เดือน นับจากเดือนตุลาคม 2541เป็นต้นมา ในขณะที่สินค้าจำเป็นในการครองชีพอย่างเช่นผงซักฟอกผ้าอนามัยกระดาษทิชชุู่ ฯลฯ มีการปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้ึ้นทันทีหลังจากกระทรวงพาณิชย์ ประกาศยกเลิกการควบคุมราคาสินค้า ความล้มเหลวของรับบาลในการควบคุมราคาสินค้า ปล่อยให้มีการขึ้นราคาสินค้า อันเป็ฯการผลักภาระมาให้ประชาชน กำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่มีรายได้ต่ำเพราะจะทำให้รายรับไม่พอรายจ่ายก่อให้เกิดหนี้สินและความยากจนที่เพิ่มเติมให้มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้แรงงานซึ่งได้รับค่าจ้างขั้นต่ำเพียงวันละ 181 บาทเท่านั้น จะเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ยากเดือดร้อนอย่างไม่เคยมีมาก่อน
จะเห็นได้ว่าในส่วนของกลุ่มคนร่ำรวยนั้นไม่เพียงแต่จะเอารัดเอาเปรียบประชาชนเท่านั้นแต่ยังซ้ำเติมประเทศชาติด้วยการบริโภคสินค้าฟุุ่มเฟือยจากต่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยขาดุลย์กรค้ามากขึ้น และเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างทางชนชั้น และการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรม ในส่วนของขบวนการแรงงานซึ่งได้รับผลกระทบดดยตรงจากภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงนี้ได้ประกาศกร้าวต่อรัฐบาลทักษิณ โดยการยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ควบคุมราคาสินค้าอย่างจริงจัง ควบคุมราคานำ้มันไม่ให้สูงขึ้นไปกว่านี้อีกรวมทั้งยุติการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ นายศิริชัย ไม้งาม เลขาธิการสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เปิดเผยว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เป็นการแปรเปลี่ยนปรัชญาจากการบริการสาะารณะมาเป็นการแสวงหากำไรสูงสุด ดังนั้นการแปรรูปรัฐวิสาหกิจจะนำมาสู่การขึ้นราคาสินค้าและบริการ โดยเฉพาะการนำกฟผ.เข้าตลาดหุ้น ส่งผลให้มีการปรับราคาค่าไฟฟ้า เอาใจนักลงทุน คนที่เดือดร้อนก็คือประชาชน ขบวนการแรงงานจึงต้องออกมาชุมนุมกันเรียกร้องรัฐบาลยุติการแปรรูปรัฐวิสาหกิจได้แล้ว โดยพนักงานรัฐวิสาหกิจจะมาเข้าร่วมการชุมนุมของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานนวันที่ 14 ตค. นี้เวลา 18.00 น.ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า
|