หยุดเข่นฆ่าประชาชนในเนปาล
 
 

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อประชาธิปไตยในเนปาล ประเทศไทย (คสน.) กว่า 50 คน ร่วมรณรงค์ต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลเนปาล ในการใช้กำลังอาวุธเข้าปราบปรามประชาชนที่ออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวโดยสันติ จนเป็นเหตุให้มีประชาชนผู้บริสุทธิ์ ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตจำนวนมาก ณ บริเวณหน้าสถานฑูตเนปาล ถ.สุขุมวิท

จากกรณีที่กษัตริย์คยาเนนทรา แห่งเนปาล ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐสภา เมื่อต้นปี 2548 และมีความพยายามจัดตั้งรัฐบาลเผด็จการขึ้นมาแทนนั้น ส่งผลให้ประชาชนทั่วประเทศออกมาประท้วงเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยกันอย่างกว้างขวาง และยืดเยื้อ จนนำมาสู่การปราบปราม จับกุม นักเคลื่อนไหวทางสังคม นักสิทธิมนุษยชน นักกฎหมาย นักสหภาพแรงงาน นักวิชาการ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ฯลฯ จำนวนมาก กระทั่งเมื่อต้นเดือนเมษายน 2549 มีการออกมาเคลื่อนไหวของประชาชนหลายแสนคนกลางเมืองกาฐมาณฑุ ซึ่งเป็นฉนวนให้รัฐบาลเผด็จการประกาศภาวะฉุกเฉิน และใช้กำลังอาวุธเข้าสลายการชุมนุมเคลื่อนไหวโดยสันติของประชาชนอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 15 คน และบาดเจ็บจำนวนมาก

ดังนั้นคสน. ประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นภายใต้การรวมตัวขององค์กรสิทธิมนุษยชน องค์กรพัฒนาเอกชนในเอเชีย และนักสหภาพแรงงานในประเทศไทย จึงออกมารณรงค์เคลื่อนไหวที่หน้าสถานทูตเนปาล ประจำประเทศไทย ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. เพื่อเรียกร้องให้กษัตริย์เนปาลยุติการละเมิดสิทธิในการแสดงออก เสรีภาพในการรวมกลุ่ม สิทธิมนุษยชนในทุกรูปแบบ และคืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชนเนปาล โดยมีการส่งเสียงตะโกนร้องอย่างอึกทึกก้องว่า We want Democracy, We want Peace , Long lives Democracy สลับกับการกล่าวปราศรัยของพันธมิตรทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งมีสาระสำคัญคือ ต้องการเรียกร้องเสรีภาพ สันติภาพ และคืนประชาธิปไตยให้ประชาชนเนปาล พร้อมทั้งได้ยื่นหนังสือต่อต้านการกดขี่ประชาชน ส่งถึงกษัตริย์เนปาล โดยมีผู้แทนสถานทูตเนปาล ประจำประเทศไทย เป็นตัวแทนในการรับหนังสือ ก่อนจะแยกย้ายเดินทางกลับในที่สุด

ข้อเรียกร้องของคสน. มีดังนี้

  1. ยกเลิกข้อห้ามต่างๆ ในการชุมนุมและการรวมตัวอย่างสันติ
  2. ปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง นักกิจกรรมทางสังคม-การเมืองนักสิทธิมนุษยชนนักสหภาพแรงงานนักกิจกรรมสิทธิสตรีนักศึกษาและประชาชนที่ถูกจับกุมโดยไม่มีเงื่อนไข
  3. ให้การรักษาพยาบาลแก่ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บและจ่ายค่าชดเชยให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต
  4. รับรองสิทธิต่างๆของประชาชนตามมาตรฐานแห่งสิทธิมนุษยชนสากลรวมไปถึงสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นการรวมตัวเคลื่อนไหวอย่างสันติ
  5. หยุดการทำร้ายนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนนักหนังสือพิมพ์นักกฎหมายนักสาธารณสุขนักสหภาพแรงงานนักกิจกรรมสิทธิสตรีนักศึกษาเจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชนนักกิจกรรมทางการเมืองการปกครองฯลฯ
  6. เปิดการเจรจากับกลุ่มการเมืองต่างๆเพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิในการเลือกระบอบการปกครอง
  7. พัฒนาชีวิตของประชาชน ให้มีสิทธิ เสรีภาพ ในดินแดนที่มีประชาธิปไตย โดยสงบ ยุติธรรม และอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ใช่อยู่ภายใต้การปกครองแบบทรราชย์

ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 24 เมษายน กษัตริย์คยาเนนทรา ได้ออกประกาศไปทั่วโลกว่าจะทรงยินยอมคืนอำนาจอธิปไตยกลับมาเป็นของประชาชนชาวเนปาลโดยเร็วที่สุด ในขณะที่กองกำลังติดอาวุธของกลุ่มเหมาอิสต์ประกาศยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธเป็นเวลาสามเดือน เพื่อให้เกิดการปฏิรูปทางการเมือง ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่างๆกำลังเรียกร้องให้ยกเลิกกษัตริย์และให้เปลื่ี่ยนมาเปนฯสาธารณรัฐ

สำนักข่าวสยามออนไลน์ / 28-04-49