แพทยสภาเปิดช่องทำแท้งโดยสะดวก 11.2.06

โพสต์ทูเดย์ — แพทยสภาแจงออกข้อบังคับไม่ได้หนุนให้ทำแท้งเสรี แต่เพื่อวางกรอบให้แพทย์ ทำตามกฎหมาย ชี้หญิงตั้งท้องเครียดจนคิดฆ่า ตัวตาย จิตแพทย์รับรองสามารถทำแท้งได้

นพ. สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า ขณะนี้ทางแพทยสภาได้ออกข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ ตามมาตรา 305 แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2548 ซึ่งอยู่ระหว่างการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเดิมระบุ เพียงว่าการยุติการตั้งครรภ์ดำเนินการได้ในกรณีที่ หญิงตั้งครรภ์มีปัญหาทางด้านสุขภาพของตัวเองที่ไม่อาจจะตั้งครรภ์ต่อไปได้ เช่น ภาวะครรภ์เป็นพิษ โรคหัวใจ ฯลฯ หรือหญิงมีครรภ์เนื่องจากการ ถูกข่มขืนเท่านั้น ซึ่งการออกข้อบังคับนี้ได้เพิ่มเติมในส่วนของคำจำกัดความของคำว่าสุขภาพ ตามที่องค์การอนามัยโลกหมายถึงสุขภาพทั้งทางด้านกายและจิตใจด้วย โดยเพิ่มเติมในเรื่องของสุขภาพทางจิตของมารดาเข้าไปด้วย

นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ทางด้านสุขภาพจิตของมารดา หมายถึง หญิงตั้งครรภ์ป่วยเป็นโรคทางจิตเวช เช่น วิกลจริต จนจะกระทบกับเด็กในท้อง หรือมีอาการเครียดอย่างรุนแรง เนื่องมาจากการตรวจวินิจฉัยพบว่าลูกจะเกิดออกมาพิการหรือป่วยอย่างรุนแรง ทั้งนี้ หญิงนั้นจะต้องยินยอมและผ่านการตรวจจากหมอทางด้านพันธุศาสตร์แล้ว พร้อมกับได้รับการลงนามรับรองจากหมออย่างน้อยอีก 1 คน ที่ไม่ใช่หมอที่ดำเนินการยุติการตั้งครรภ์ ก็สามารถทำแท้งได้

“ สุขภาพทางจิตยังรวมถึงกรณีหญิงมีอาการเครียด เนื่องจากการท้องที่ไม่พร้อมด้วยปัจจัยต่างๆ จนทำให้คิดฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นอันตรายกับ แม่และเด็กในท้อง ถือว่ามารดาเป็นโรคทางจิตเวชฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาทางจิตโดยทันที และภายหลังจากที่ผ่านการตรวจวินิจฉัยจากจิตแพทย์ลงความเห็นจึงสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้”

นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแพทย์จะต้องทำรายงานพร้อมหลักฐานเอกสารต่างๆ ในการยุติการตั้งครรภ์มายังแพทยสภา อีกทั้งสถานพยาบาลระดับโรงพยาบาลสามารถดำเนินการยุติการตั้งครรภ์ได้ แต่ใน ส่วนของคลินิกสามารถดำเนินการได้สำหรับอายุครรภ์ที่ไม่เกิน 3 เดือน ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวออกมาเพื่อวางกรอบให้แพทย์สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด เพราะที่ผ่านมาภายหลังจากที่แพทย์ตรวจพบว่าเด็กในครรภ์ จะพิการ แต่ก็ไม่กล้ารับทำแท้งให้ เพราะว่ากฎหมายยังไม่ได้ระบุไว้ชัดเจน รวมถึงมารดาที่ ไม่มีความพร้อมในการที่จะต้องเลี้ยงลูกจะพิการหรือป่วยอย่างรุนแรง

“ การที่หญิงตั้งครรภ์แอบไปทำแท้งเอง ไม่ว่า จะเป็นที่คลินิกเถื่อนหรือว่าทำด้วยตนเองด้วย วิธีต่างๆ นานา ใช้ไม้บ้าง กินยาขับเลือดบ้าง จะ ยิ่งเป็นปัญหาที่แย่เข้าไปใหญ่ และปีหนึ่งๆ มี หญิงเสียชีวิตจากการทำแท้งเป็นจำนวนมาก” นพ.สมศักดิ์ กล่าว