แฉบริษัทเอสโซ่ฟันกำไรเละ แต่ลูกจ้างได้สวัสดิการต่ำ

หภาพแรงงานเอสโซ่แห่งประเทศไทย กร้าวใส่นายจ้างหลังจากเจรจาข้อเรียกร้องล้มเหลว ขู่นัดหยุดงานแต่เจอกฎหมายแรงงานถือเป็นกิจการพลังงานห้ามนัดหยุดงาน และให้นำข้อพิพาทแรงงานชี้ขาดโดยคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ประกาศกร้าวต่อสู้ทุกรูปแบบ

นายอิสระ มุสิกอง ประธานสหภาพแรงงานเอสโซ่แห่งประเทศไทยได้เปิดเผยว่า บริษัท ทำกำไรอย่างงาม ในปี 2546 – 2547 มีผลกำไร กว่า 4200 ล้านบาท แต่พนักงานต้องถูกกดดันให้ทำงานกันอย่างหนัก ท่ามกลางภาวะการครองชีพที่ยากลำบาก เพราะสินค้าอุปโภค บริโภค ขึ้นราคากันสูงมาก แต่การขึ้นค่าจ้างและสวัสดิการเป็นไปอย่างลำเค็ญเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุดยื่นข้อเรียกร้องไป 14 ข้อ มุ่งเน้นในเรื่องการเพิ่มค่าจ้างให้สูงขึ้น เป็นไปตามอัตราเงินเฟ้อและดัชนีราคาผู้บริโภค เมื่อรวมข้อเรียกร้องที่กลายเป็นข้อพิพาทแรงงานจำนวน 3 ข้อแล้วคิดเป็นเงินไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของผลกำไร แต่การเจรจาต่อรองล้มเหลว นายจ้างฝรั่งสัญชาติอเมริกันเมินเสียงเรียกร้องของพนักงาน โดยสิ้นเชิง

สหภาพแรงงานเอสโซ่ จึงเดินสายพบปะผู้นำสหภาพแรงงานกลุ่มต่างๆ ล่าสุด ได้มีการประชุมร่วมกับสหพันธ์แรงงานนานาชาติกิจการเคมีภัณฑ์ เหมือง แร่ และพลังงาน ประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2548 ซึ่งมีนายระวัย ภู่ผกา เป็นประธาน ฯเพื่อให้ประสานงานไปยังสำนักงานบริษัทเอสโซ่ที่อเมริกาขอความช่วยเหลือในการเจรจาต่อรองในครั้งนี้

ในขณะที่พันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย(พสป) ได้ออกแถลงการณ์ถึงสมาชิก เพื่อให้การสนับสนุนขอ้เรียกร้องของสหภาพแรงงานเอสโซ่ โดยจะทำหนังสือสอบถามถึงบริษัทเอสโซ่โดยตรงให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงาน หากไม่เป็นผลสำเร็จ จะทำการรณรงค์ให้สมาชิกสหภาพแรงงานทั่วประเทศพิจารณางดซื้อน้ำมันจากปั๊มเอสโซ่ ต่อไป

บริษัทเอสโซ่ เป็นหนึ่งในบริษัทค้าน้ำมันยักษ์ใหญ่ของอเมริกา มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ เลขที่ 3196 / 17-29 ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย

เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 และมีโรงกลั่น ตั้งอยู่เลขที่ 118 ม.2 ต. ทุ่งศุขลา อ. ศรีราชา จ. ชลบุรี 20230 มีพนักงานกว่า 700 คน มีนายปรุต จาติกวนิช เป็นผู้จัดการโรงกลั่น ข้อพิพาทแรงงานที่ยังตกลงกันไม่ได้นั้น มีสามข้อด้วยกันคือข้อที่

1 ให้บริษัทปรับฐานเงินเดือนให้กับพนักงาน ทุกคน อย่างน้อย 5 % ของเงินเดือนมูลฐาน

2. ให้บริษัทปรับค่าครองชีพ เนื่องจากสภาวะสินค้า อุปโภค – บริโภค ที่สูงขึ้น ตามสภาวะเศรษฐกิจ อย่างน้อย 5% ให้กับสมาชิกทุกคนโดยปรับทุกๆวันที่ 1 เดือนตุลาคม ของทุกปี

3. ให้บริษัทจ่ายโบนัสให้กับสมาชิก สหภาพแรงงาน ทุกคน ไม่น้อยกว่า 5 เดือน ของเงินเดือนมูลฐาน ของทุกคนเมื่อทำงานครบปี

 
สำนักข่าวสยามออนไลน์ 26.10.05