“ กมธ . ปกครอง ” แฉมี “ ไอ้โม่ง ” เรียก “ หลักล้าน ” เพื่อบล็อกโหวตให้คนจ่ายเงินได้เก้าอี้ “ ผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงาน ” ปูดซ้ำทำเป็นขบวนการ - เผยมีหลายคนที่ยอมจ่ายเงินยอมรับทั้งปากคำ - ลายลักษณ์อักษร แต่ไม่ขอเปิดเผยตัว
       
       

        วันนี้ (19 ก . ย .) ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า พล . ต . อินทรัตน์ ยอดบางเตย ส . ว . เชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง วุฒิสภา แถลงกรณีการดำเนินการกล่าวโทษข้าราชการการสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการซื้อตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงานครั้งใหญ่ ภายหลังจากการที่ได้มีผู้พิพากษาสมทบ และอดีตผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานกลาง ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการว่ามีการทุจริตในการเลือกตั้งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานกลาง โดยมีการเรียกรับเงินเป็นจำนวน 1 แสนถึง 1 ล้านบาท และมีการบล็อกโหวตเพื่อให้บุคคลที่ยินยอมจ่ายเงินได้เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานกลาง
       
       “ กลุ่มบุคคลที่เรียกรับเงินนั้นไม่ได้สนใจถึงประวัติของบุคคลที่จ่ายเงินให้ว่าจะมีประวัติค้ายา ค้าของหนีภาษี หรือมีคดีติดตัวมาหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบของคณะอนุกรรมาธิการที่พิจารณาเรื่องนี้ได้พบความผิดที่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานสูง รวมถึงประธานสหภาพแรงงานบางแห่งเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดตั้งนิติกรรมอำพรางขึ้นเพื่อแสวงหาประโยชน์ รวมทั้งยังได้นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาอ้างเพื่อหาประโยชน์โดยการนำเครื่องราชอิสริยาภรณ์มาหลอกให้บุคคลที่อยากดำรงตำแหน่ง อีกทั้งยังได้นำการทำหน้าที่ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์เมื่อได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นผู้พิพากษาสมทบแล้วมาใช้อวดอ้างเพื่อหาประโยชน์ ” ส . ว . เชียงใหม่ กล่าว
       
        พล . ต . อินทรัตน์ กล่าวอีกว่า คณะอนุกรรมาธิการได้สรุปผลการตรวจสอบเสนอไปยังคณะกรรมาธิการการปกครอง วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการมีมติส่งเรื่องดังกล่าวไปยัง 10 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักนายกฯ เพื่อพิจารณาส่งเรื่องให้กองปราบปรามดำเนินเร่งรัดติดตามหาผู้ทำความผิด แต่หลังจากที่ส่งไปแล้วพบว่าทั้ง 10 หน่วยงานกลับมีการดำเนินการที่ล่าช้า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กองปราบได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป . ป . ช .) แล้วเพื่อดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการฯ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
       
       “ และอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานบุคคลที่ถูกหลอก และเรียกรับเงินเพื่อออกหมายจับบุคคลที่ร่วมกันเป็นขบวนการในทุจริต ซึ่งถือเป็นการกระทำความผิดอาญาต่อแผ่นดินโดยการร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ซึ่งกระบวนการดังกล่าวได้ก้าวเข้าไปสู่การเลือกสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมีการบล็อกโหวตเหมือนกับการเลือกตั้งผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งเรื่องนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ( ปปง .) ได้สอบสวนด้วย โดยเขียนผังกระบวนการเป็นเครือข่ายใยแมงมุมว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง และมีการจัดตั้งเป็นขบวนการที่ไหนบ้าง ” พล . ต . อินทรัตน์ กล่าว
       
        ด้าน นายจรูญ ยังประภากร ส . ว . สมุทรปราการ รองประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง กล่าวว่า ขบวนการดังกล่าวดำเนินการตั้งแต่ปี 2545 โดยเริ่มจากการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสมาคมนายจ้าง ซึ่งเป็นการใช้ที่พักอาศัยที่เดียวกันกระทำการจัดตั้งเป็นสมาคมหลายสมาคม ซึ่งเป็นการจดทะเบียนไขว้กันระหว่างสมาคม โดยการจดในลักษณะนี้จะทำให้ได้รับสิทธิ์โควต้าในการลงคะแนนเลือกตั้งผู้พิพากษาสมทบมากขึ้น ซึ่งทางกรรมาธิการฯ ทราบมาว่าบางตระกูลเข้ามาถึง 12 คน แยกเป็นนามสกุลเดียวกัน 8 คน และต่างนามสกุล 4 คน ซึ่งกระบวนการนี้มีแกนนำไม่ต่ำกว่า 10 คน และมีการแบ่งหน้าที่กันทำจนสร้างรายได้ครั้งละหลายสิบล้านบาท
       
        ขณะที่ นายสมชาย เอี่ยมแสนอุดม ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการการปกครอง วุฒิสภา กล่าวว่า การซื้อขายตำแหน่งดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันมีผู้ที่ผ่านกระบวนการเข้าไปเป็นผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงานอยู่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปกติศาลแรงงานจะมีผู้พิพากษาสมทบประมาณ 200 คน เรื่องนี้นายเขมพล กิจรัตน์ อดีตรองอธิบดีศาลแรงงาน ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และเป็นผู้ให้ข้อมูลที่ประชุมกรรมาธิการ โดยระบุชื่อคนที่รับเงิน และผู้พิพากษาสมทบที่จ่ายเงิน นอกจากนี้ยังมีผู้พิพากษาศาลสมทบที่จ่ายเงินหลายคนยอมรับทั้งปากคำ และลายลักษณ์อักษรต่อกรรมาธิการว่าเสียเงินเข้ามา แต่ไม่ขอเปิดเผยตัว
       
       “ ขบวนการนี้มีกลุ่มบุคคลที่ถูกไล่ออกจากข้าราชการที่มีทั้งตำรวจ ทหาร และทนายความ โดยได้ร่วมกันจดทะเบียนไขว้บริษัท บางครั้งจดในนามบริษัทยามก็มี ซึ่งขณะนี้กำลังจะมีการเตรียมเลือกตั้งผู้พิพากษาสมทบฯ รุ่นที่ 23 และพวกนี้ก็ได้จัดการบล็อก และเรียกรับเงินเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ” นายสมชาย กล่าว

นสพ.ผู้จัดการรายวัน  September 20, 2005

อ่านข่าวเบื้องลึก : เมื่อศาลแรงงานถูกซื้อด้วยเงินตรา ความยุติธรรมจึงหล่นหายไป