ปฏิบัติการณ์ด่วน         ปฏิบัติการณ์ด่วน         ปฏิบัติการณ์ด่วน         ปฏิบัติการณ์ด่วน
 
ปฏิบัติการณ์ด่วน         ปฏิบัติการณ์ด่วน         ปฏิบัติการณ์ด่วน         ปฏิบัติการณ์ด่วน
 
กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย – โครงการรณรงค์ข้อร้องเรียนด่วน
เพิ่มเติมข้อร้องเรียนด่วน
 
9 กันยายน 2548
-------------------------------------------------------------------------
UA-157-2005 ประเทศไทย: การกุมขังและส่งกลับแรงงานพม่า 232 คน โดยมิชอบ
ประเทศไทย: การปฏิเสธสิทธิของแรงงานอพยพ การกุมขังโดยผิดกฎหมาย การจับและการส่งกลับ การทำร้ายนักสิทธิมนุษยชน
-------------------------------------------------------------------------
ถึง กัลยาณมิตร
กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (AHRC) ขอแจ้งให้ท่านทราบว่าได้เกิดเหตุการณ์การส่งกลับแรงงานจากพม่าจำนวน 232 คน โดยไม่สมัครใจ แรงงานทั้งหมดทำงานอยู่ที่โรงงานทำแหอวน เดชาพานิช ที่จังหวัดขอนแก่น คนงานต้องเผชิญกับความเครียดอันเกิดจากสภาพการทำงาน และได้มาขอคำปรึกษากับหน่วยงาน MAP (Migrant Assistant Program - โครงการให้ความช่วยเหลือแรงงานอพยพ) และสำนักงานคุ้มครองสวัสดิการแรงงานในพื้นที่ เพื่อขอให้ช่วยเป็นตัวกลางในการเจรจากับนายจ้าง และได้มีข้อตกลงกันในวันที่ 1 กันยายน 2548 ในประเด็นเรื่องสภาพการทำงานและความเป็นอยู่
 
วันถัดมา หลังจากเสร็จงานในช่วงเย็น ขณะที่คนงานกะเช้ากำลังเดินทางกลับที่พัก และคนงานกะเย็นกำลังเดินทางมายังที่ทำงาน ทั้งสองกลุ่มมาพบกันระหว่างทาง ต่อมากลับถูกจับโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่และตำรวจตระเวนชายแดนจับส่งกลับไปยังพม่า เมื่อวันที่ 4 กันยายน วันถัดมา ตัวแทนของกลุ่มได้เดินทางกลับเข้ามายังประเทศไทยอย่างถูกต้อง เพื่อร้องเรียนต่อกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กลับพบว่ามีกลุ่มคนที่ได้รับการว่าจ้างมาทำร้ายหนึ่งในคนงานเหล่านี้ และกลุ่มคนร้ายนี้ได้นำคนงานที่เหลือทั้งหมดไปยังสถานีตำรวจภูธรอำเภอแม่สอด เพื่อรอการส่งกลับ
 
ด้วยเหตุนี้ ขอเรียกร้องให้ท่านเขียนจดหมายมายังนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อให้ทั้งสองเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้ ควรให้มีการตรวจสอบว่าเพราะเหตุใดคนงานจึงถูกจับและใครเป็นผู้ออกคำสั่งในการจับกุมครั้งนี้ การบังคับส่งกลับแรงงานนั้นเป็นการละเมิดนโยบายแรงงานอพยพของไทย เพราะตามนโยบาย คนงานสามารถเปลี่ยนนายจ้างได้ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ได้ทำการลงทะเบียน ในกรณีนี้ นายจ้าง เจ้าหน้าที่คุ้มครองแรงงานและเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลับเพิกเฉยต่อกระบวนการทางกฎหมายที่ให้สิทธิคนงานในการเปลี่ยนนายจ้าง และสุดท้าย ควรมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่ออกคำสั่งและผู้ที่ทำร้ายร่างกายตัวแทนคนงาน
ฝ่ายรณรงค์ข้อร้องเรียนด่วน
กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (AHRC)
--------------------------------------------------------
 
รายละเอียด
โรงงานผลิตแหอวน เดชาพานิช ตั้งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น มีคนงานทั้งสิ้นประมาณ 4,000 คน รวมคนงานพม่า 500 คน คนงานทำงานช่วงละ 12 ชั่วโมง โดยไม่มีการหยุดพัก โดยได้รับค่าแรงเพียง 102 บาท ต่อวัน หลังจากถูกหักค่าอาหารและที่พักวันละ 28 บาท และมีวันหยุดเพียงเดือนละสี่วันเท่านั้น
 
คนงานได้มาขอคำปรึกษากับองค์กร MAP ในประเด็นด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับสภาพการทำงาน และพวกเขาก็รู้สึกไม่ปลอดภัยหลังจากเกิดการทะเลาะวิวาทกับคนงานไทย หลังจากการแข่งขันฟุตบอล เพราะยามรักษาการณ์เริ่มพกมีดไว้กับตัวเอง วันที่ 1 กันยายน เจ้าหน้าที่สำนักงานคุ้มครองแรงงานได้เข้ามาเป็นตัวกลางระหว่างคนงานและนายจ้าง และได้บรรลุข้อตกลงสัญญาในเรื่องระยะเวลการทำงาน (เหลือสิบชั่วโมงครึ่ง) และเพิ่มค่าแรงเป็น 140 บาท ต่อวัน และอนุญาตให้หยุดในวันหยุดนักขัตฤกษ์ คนงานยังได้ขอให้มีคณะกรรมการคนงานขึ้นในโรงงาน แต่นายจ้างปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าว
 
อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงสภาพการทำงานของแรงงานพม่านั้นเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันเท่านั้น ในวันที่ 2 กันยายน หลังจากเลิกงานเวลา 17:30 น. คนงานเห็นว่ารถที่โรงงานจัดให้ไม่ได้มารับเช่นเคย พวกเขาจึงตัดสินใจเดินกลับ พร้อมกันกับเวลาที่คนงานที่ทำในภาคกลางคืนก็กำลังเดินมาเช่นกัน จากนั้นมีข่าวแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วว่า ทั้งสองกลุ่มมารวมตัวกันเพื่อทำการประท้วง นายจ้างจึงได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอื่นๆ ทันที ตำรวจมาถึงได้เข้าจับกุมผู้นำแรงงาน รวมทั้งแรงงานที่เหลือ รวมทั้งสิ้น 232 คน วันที่ 4 กันยายน คนงานก็ถูกส่งกลับไปยังพม่า
 
วันถัดมา ตัวแทนของกลุ่มได้ข้ามกลับเข้ามายังฝั่งไทยอย่างถูกกฎหมาย เพื่อเข้าร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แต่พบว่า พวกเขาถูกติดตามโดยคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งต่อมาได้จับตัวคนงานเอาไว้และให้พาไปที่ศูนย์รวมคนงาน ที่นั่นคนกลุ่มดังกล่าวได้ทำร้ายร่างกายคนงานคนหนึ่ง แล้วก็พาตัวแทนคนงานทั้งหมดกลับไป กลุ่มด้านสิทธิแรงงานได้แจ้งตำรวจถึงเลขทะเบียนรถของกลุ่มคนร้าย แต่จนขณะนี้ก็ยังไม่ทราบรายละเอียดของเจ้าของรถแต่อย่างใด หลายชั่วโมงหลังจากนั้น ตัวแทนคนงานได้โทรศัพท์มาแจ้งให้กลุ่มด้านสิทธิแรงงานทราบว่า พวกเขาถูกจับไปที่ สภอ.แม่สอด และกำลังถูกส่งกลับ
 
แรงงานพม่าที่โรงงานเดชาพานิชนี้เป็นผู้ที่ลงทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับถูกปฏิบัติอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายเมื่อย้ายมาที่จังหวัดขอนแก่น พวกเขาต้องจ่ายเงิน 3,800 บาท สำหรับค่าใบอนุญาตทำงาน แต่พวกเขากลับถูกปฏิบัติดังเช่นเดียวกับผู้ที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย และยังถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานอีกด้วย
 
ผู้กระทำการดังกล่าวคือนายจ้างและตำรวจ อันถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายแรงงานและนโยบายแรงงานอพยพโดยตรง กฎหมายแรงงานนั้นให้การปกป้องคุ้มครองแรงงานทุกคน ส่วนนโยบายแรงงานอพยพก็ให้อนุญาตลูกจ้างสามารถเปลี่ยนนายจ้างได้ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีของการจดทะเบียน
 
ข้อมูลเพิ่มเติม
กรณีนี้ได้แสดงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเสมอต่อแรงงานอพยพที่เข้ามาในประเทศไทย แรงงานพม่าถูกลดค่าแรงและถูกละเมิดสิทธิ์อยู่เสมอ ในขณะที่นายจ้างไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ตัวอย่างเช่น เดือนมิถุนายน 2545 คนงานพม่า 450 คน ที่โรงงานคิงส์ บอดี้ คอนเซ็ป จำกัด ถูกไล่ออกและส่งกลับ หลังจากที่พวกเขาเรียกร้องสิทธิตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองรีบส่งพวกเขาไปยังพม่าทันที โดยไม่มีการตรวจสอบข้อพิพาทระหว่างเจ้าของและคนงาน ซึ่งเป็นการละเมิดหลักกฎหมายไทย (ดูใน UA-23-2003) อีกตัวอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2545 เมื่อแรงงานพม่า 75 คน ถูกบังคับให้ทำงานภายใต้สภาพการทำงานที่ไร้มนุษยธรรม อันรวมไปถึง ให้ทำงานติดต่อกันเป็นเวลา 41 ชั่วโมง โดยไม่มีการหยุดพัก เมื่อคนงานร้องเรียนในเรื่องนี้ หลายคนกลับถูกไล่ออก (ดูใน UA-53-2003)
 
ขอเรียกร้องให้
กัลยาณมิตรช่วยกันเขียนจดหมายไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อเรียกร้องให้เกิดการดำเนินการ เยียวยา ในกรณีที่เกิดขึ้นนี้ และขอให้ส่งสำเนาไปยังรายชื่อที่ส่งมาด้วย
 
ตัวอย่างจดหมาย
เรียน
ผม/ดิฉัน มีความไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งต่อการส่งกลับแรงงานพม่า 232 คน ที่เคยทำงานที่โรงงานแหอวน เดชาพานิช จังหวัดขอนแก่น ก่อนที่จะเกิดเรื่อง คนงานต้องทำงาน 12 ชั่วโมง โดยไม่ได้หยุดพัก ได้รับค่าแรงเพียง 102 บาท ต่อวัน หลังจากถูกหักค่าอาหารและที่พักวันละ 28 บาท และมีวันหยุดเพียงเดือนละสี่วันเท่านั้น
 
คนงานได้มาขอคำปรึกษากับองค์กร MAP ในประเด็นด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับสภาพการทำงาน และพวกเขาก็รู้สึกไม่ปลอดภัยหลังจากเกิดการทะเลาะวิวาทกับคนงานไทย หลังจากการแข่งขันฟุตบอล เพราะยามรักษาการณ์เริ่มพกมีดไว้กับตัวเอง วันที่ 1 กันยายน เจ้าหน้าที่สำนักงานคุ้มครองแรงงานได้เข้ามาเป็นตัวกลางระหว่างคนงานและนายจ้าง และได้บรรลุข้อตกลงสัญญาในเรื่องระยะเวลการทำงาน (เหลือสิบชั่วโมงครึ่ง) และเพิ่มค่าแรงเป็น 140 บาท ต่อวัน และอนุญาตให้หยุดในวันหยุดนักขัตฤกษ์ คนงานยังได้ขอให้มีคณะกรรมการคนงานขึ้นในโรงงาน แต่นายจ้างปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าว
 
อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงสภาพการทำงานของแรงงานพม่านั้นเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันเท่านั้น ในวันที่ 2 กันยายน หลังจากเลิกงานเวลา 17:30 น. คนงานเห็นว่ารถที่โรงงานจัดให้ไม่ได้มารับเช่นเคย พวกเขาจึงตัดสินใจเดินกลับ พร้อมกันกับเวลาที่คนงานที่ทำในภาคกลางคืนก็กำลังเดินมาเช่นกัน จากนั้นมีข่าวแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วว่า ทั้งสองกลุ่มมารวมตัวกันเพื่อทำการประท้วง นายจ้างจึงได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอื่นๆ ทันที ตำรวจมาถึงได้เข้าจับกุมผู้นำแรงงาน รวมทั้งแรงงานที่เหลือ รวมทั้งสิ้น 232 คน วันที่ 4 กันยายน คนงานก็ถูกส่งกลับไปยังพม่า
 
วันถัดมา ตัวแทนของกลุ่มได้ข้ามกลับเข้ามายังฝั่งไทยอย่างถูกกฎหมาย เพื่อเข้าร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แต่พบว่า พวกเขาถูกติดตามโดยคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งต่อมาได้จับตัวคนงานเอาไว้และให้พาไปที่ศูนย์รวมคนงาน ที่นั่นคนกลุ่มดังกล่าวได้ทำร้ายร่างกายคนงานคนหนึ่ง แล้วก็พาตัวแทนคนงานทั้งหมดกลับไป กลุ่มด้านสิทธิแรงงานได้แจ้งตำรวจถึงเลขทะเบียนรถของกลุ่มคนร้าย แต่จนขณะนี้ก็ยังไม่ทราบรายละเอียดของเจ้าของรถแต่อย่างใด หลายชั่วโมงหลังจากนั้น ตัวแทนคนงานได้โทรศัพท์มาแจ้งให้กลุ่มด้านสิทธิแรงงานทราบว่า พวกเขาถูกจับไปที่ สภอ.แม่สอด และกำลังถูกส่งกลับ
 
ผม/ดิฉัน จึงขอให้ท่านได้ดำเนินในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อก่อให้เกิดความมั่นใจต่อความปลอดภัยของแรงงานพม่าเหล่านี้ โดยขอให้คืนสถานภาพทางกฎหมาย (ทร 38/1 และใบอนุญาตทำงาน) และขอให้ท่านสร้างความมั่นใจต่อความปลอดภัยกลุ่มคนหรือหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือคนงาน ขอเรียกร้องให้มีการตั้งการสอบสวนว่าทำไปคนงานจึงถูกจับ และใครเป็นผู้สั่งการณ์ การจับกุมแรงงานครั้งนี้เป็นการละเมิดนโยบายแรงงานอพยพของไทย เพราะตามนโยบาย คนงานสามารถเปลี่ยนนายจ้างได้ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ได้ทำการลงทะเบียน นายจ้าง เจ้าหน้าที่คุ้มครองแรงงาน และตำรวจ ในจังหวัดขอนแก่น กลับไม่เปิดโอกาสให้คนงานได้เปลี่ยนนายจ้าง และการส่งกลับแรงงานที่แม่สอดก็เป็นการกระทำอันละเมิดนโยบายของไทย ขอให้มีการลงโทษทางวินัยและทางกฎหมายกับผู้สั่งการและผู้ที่ทำร้ายคนงาน และขอเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานให้ความช่วยเหลือในการฟ้องร้องผู้กระทำผิดให้แก่คนงานที่ถูกละเมิดสิทธิ กรณีที่เกิดขึ้นนี้ได้แสดงถึงความท้าทายของปัญหาการเดินทางเคลื่อนย้ายของคนงานอพยพ ผม/ดิฉัน ขอเรียกร้องอย่างจริงจังให้รัฐบาลไทยปรึกษาหารือกับคนงานและกลุ่มที่ทำงานเพื่อช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ เพื่อร่วมกันทำงานให้นโยบายการเปลี่ยนนายจ้างและจังหวัด โดยคนงาน เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
 
ผม/ดิฉัน มั่นใจว่า ท่านจะใช้อำนาจหน้าที่ของท่านดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง
 
ด้วยความเคารพอย่างสูง
 
------------------------------------
 
โปรดส่งจดหมายไปยัง
1. ดร.ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
ทำเนียบรัฐบาล
ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต
กทม. 10300
โทร 02 280 1404 / 3000
โทรสาร 02 282 8631 / 2 280 1589 / 02 629 8213
อีเมลล์ thaksin@thaigov.go.th, govspkman@mozart.inet.co.th
 
2. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
กระทรวงแรงงาน
ห้วยขวาง ดินแดง
กทม. 10400
โทร 02 245 4310-4
โทรสาร 02 643 4457 หรือ 02 232 2433 (รองรัฐมนตรี) หรือ 02 232 2009 (เลขานุการ)
 
ส่งสำเนาไปยัง
1. พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิต
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
กระทรวงยุติธรรม
ชั้น 22 ตึกกระทรวงยุติธรรม
ถนน แจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด
นนทบุรี 11120
โทร 02 502 6776 / 8223
โทรสาร 02 502 6699 / 6734 / 6884
 
2. นายพรชัย อยู่ประยงค์ และ นาย สุวัฒน์ สุงฑี
รองอธิบดี กรมคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการ
กระทรวงแรงงาน ดินแดง
กรุงเทพ 10400
โทรสาร 02 245 3192
อีเมลล์: pr_webmaster@labour.go.th
 
3. ศาสตราจารย์เสน่ห์ จามริก
ประธาน กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
422  ถ. พญาไท เขตปทุมวัน
กทม. 10300
โทรสาร 02 219 2940
อีเมลล์ commission@nhrc.or.th
 


---------------------------------------------------
To unsubscribe from this list visit http://www.ahrchk.net/phplist/lists/?p=unsubscribe&id=16
To update your preferences visit http://www.ahrchk.net/phplist/lists/?p=preferences&id=16
---------------------------------------------------


Asian Human Rights Commission
19/F, Go-Up Commercial Building,
998 Canton Road, Kowloon, Hongkong S.A.R.
Tel: +(852) - 2698-6339 Fax: +(852) - 2698-6367