คุณค่าความหมายที่เลือนหายไป
ของวันกรรมกรสากล

สมยศ พฤกษาเกษมสุข

 

 

วันกรรมกรสากล ตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันที่มีความหมายสำหรับบรรดาชนชั้นกรรมาชีพทั่วโลก ที่จะได้ถือโอกาสเอาวันนี้เป็นวันของการสำแดงพลังอันยิ่งใหญ่ของกรรมกร เป็นการแสดงออกถึงบทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของทุกประเทศ

วันกรรมกรสากลมีจุดกำเนิดมากว่าสองร้อยปีแล้ว เกิดขึ้นจากการรวมพลังต่อสู้ของกรรมกรที่มีเจตนารมณ์ที่จะปลดปล่อยตนเองออกจากพันธนาการของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ด้วยการเรียกร้องระบบการทำงานสามแปดคือทำงานแปดชั่วโมง พักผ่อนหย่อนใจ 8 ชั่วโมงและ ศึกษาหาความรู้อีก 8 ชั่วโมง อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของกรรมกร ไม่ให้ทำงานหนักจนเกินกำลังและมีโอกาสที่จะพัฒนาทางด้านสติปัญญาให้สูงขึ้น การเรียกร้องดังกล่าวนี้ได้กลายเป็นมาตรฐานแรงงานไปทุกประเทศในการกำหนดให้มีชั่วโมงการทำงานไว้เพียงวันละ 8 ชั่วโมง

แต่ความเป็นจริงของกรรมกรไทยทุกวันนี้ เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับเจตนารมณ์ของวันกรรมกรสากลดั้งเดิม เนื่องจาก ค่าจ้างขั้นต่ำที่ได้รับอยู่ทุกวันนี้มันต่ำกว่ามาตรฐานการครองชีพอันจำเป็นสำหรับตนเองและครอบครัว ทำให้ต้องทำงานล่วงเวลายาวนานชั่วโมง เพื่อหารายได้เพิ่มขึ้นมาช่วยชดเชยกับสภาวะการครองชีพ ที่มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา คุณภาพชีวิตของกรรมกรจึงตกต่ำ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่เลวร้ายแสนสาหัส ชนิดที่เรียกได้ว่า โงหัวไม่ขึ้น ด้วยเพราะเหตุว่าบรรดานายทุนทั้งหลายล้วนแล้วแต่ต้องการที่จะกดฐานค่าจ้างให้ต่ำไว้เท่าที่จะต่ำได้ และให้กรรมกรนั้นต้องทำงานล่วงเวลา เพื่อหารายได้พิเศษมาประทังชีวิต ดังนั้นกรรมกรไทยจึงทำงานกันยาวนานชั่วโมงถึงวันละ 10-14 ชั่วโมง

ชีวิตของกรรมกรไทย จึงตกอยู่ในสภาพที่เรียกกันว่า บ้านแตกสาแหรกขาด ต้องพลัดที่นา คาที่อยู่ มีชีวิตอยู่อย่างยากจนข้นแค้น คุณภาพชีวิตครอบครัวที่ตกต่ำของกรรมกรไทยสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจสังคมที่เติบโตขึ้นมาบนกองกระดูกเลือดเนื้อของพวกเขาเหล่านั้น สถานการณ์ที่ว่านี้ก็คือ กระแสโลกาภิวัตน์ที่ถูกครอบงำด้วยการค้าเสรี ทำให้ทุนนิยมครอบโลกขยายตัวไปในทุกอาณาเขตของทุกประเทศทั่วทุกมุมโลก รัฐบาลแต่ละประเทศกลายเป็นเพียงฟันเฟืองที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนให้ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมนั้นสามารถแสวงหากำไรสูงสุดได้ด้วยการเอารัดเอาเปรียบกรรมกรอย่างทารุณโหดร้าย

การจ้างงานแบบยืดหยุ่น( Labour Flexibility) ถูกนำมาใช้ทำให้ แรงงานกลายสภาพเป็นสินค้าราคาถูก อันเนื่องมาจาก มีจำนวนแรงงานล้นเกินหรือผู้ที่ว่างงานอย่างเหลือเฟือ การจ้างงานชั่วคราว การจ้างงานระยะสั้น การจ้างงานแบบเหมาแรงงาน ถูกนำมาบรรจุเป็นกฎหมายแรงงานที่สร้างความชอบธรรมให้กับนายทุนในการกดขี่ขูดรีดกรรมกร ในขณะเดียวกันพวกกรรมกรเหล่านี้นั้นก็ยินยอมในการขายแรงงานที่ได้มาด้วยค่าจ้างที่เป็นเพียงเศษเงิน สำหรับพอประทังชีวิตแม้กระทั่งยังมีราคาถูกยิ่งกว่าอาหารสุนัขของมหาเศรษฐีเสียอีก

พรมแดนของแต่ละประเทศเปิดกว้างขวางมากยิ่งขึ้น แรงงานอพยพจากประเทศหนึ่ง เดินทางไปทำงานอีกประเทศหนึ่ง กลายเป็นกองทัพแรงงานของคนว่างงานที่กระเสือกกระสนดิ้นรนหางานทำทุกสาขาอาชีพเพื่อเลี้ยงครอบครัว โดยรัฐบาลนั้นมีความยินดีที่จะให้มีธุรกิจในการแสวงหากำไรบนความทุกข์ยากเดือดร้อนของพวกเขา ด้วยการปล่อยให้นายหน้าเหล่านี้สามารถคดโกงแรงงานอพยพจนสร้างความร่ำรวยมั่งคั่งกันถ้วนหน้าทั้งฝ่ายนายหน้าจัดหางานและฝ่ายราชการที่ร่ำรวยขึ้นมาอย่างผิดปกติ ด้วยการใช้อำนาจหน้าที่กระทั่งออกระเบียบเอื้อประโยชน์ให้บริษัทจัดหางานเหล่านี้

เป็นเวลานับร้อยกว่าปีของวันกรรมกรสากล สำหรับประเทศไทยในทุกวันนี้อาจกล่าวได้ว่า เป็นสภาพการณ์ถอยหลังเข้าคลองและการสูญเสียในสิทธิประโยชน์หลายอย่างที่เหล่าบรรดาชนชั้นกรรมาชีพบรรพชนได้เคยต่อสู้สะสมชัยชนะมาอย่างยาวนาน อาทิเช่น กองทุนประกันสังคม แทนที่จะทำหน้าที่สร้างรัฐสวัสดิการสังคมเพื่อประโยชน์สุขของกรรมกร กลับกลายเป็นกองทุนเก็งกำไรในตลาดหลักทรัพย์และเป็นถุงเงินของข้าราชการและผู้นำแรงงานจำนวนหนึ่ง ที่เข้ามานั่งบริหารงานเสวยสุขจนได้ดิบได้ดีกันถ้วนหน้า ค่าจ้างขั้นต่ำที่เคยพอเพียงสำหรับครอบครัว กลับถูกกดให้ต่ำจนไม่เหลือความเป็นมนุษย์ โดยมีผู้นำแรงงานจอมปลอมสมคบกับนายทุนทำการกดขี่กรรมกรด้วยกันเอง ความมั่นคงการทำงานถูกทำลายลงไปด้วยการจ้างงานแบบยืดหยุ่น ขบวนการสหภาพแรงงานที่เคยเป็นกองหน้าของสังคมต่อสู้เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของชนชั้นกรรมาชีพ กลายเป็นแก๊งก๊วนของผู้นำแรงงานที่อิงแอบหากินกับเศษเงินของนักการเมืองและข้าราชการกระทรวงแรงงาน การเฉลิมฉลองวันกรรมกรสากลกลายเป็นเพียงวันแรงงานที่มีไว้สำหรับทำหมันชายฟรี กินข้าวฟรี ฟังเพลงน้ำเน่าฟรี กระทั่งเป็นเพียงวันที่ผู้นำแรงงานจะได้รวมตัวกันมีส่วนร่วมในการโกงกินงบประมาณของรัฐหรือเอกชนที่โยนมาให้ในวันแรงงานของทุกๆปี

ข้อเรียกร้องของวันกรรมกรสากล เป็นเพียงประเพณีที่ต้องนำเสนอแต่ขาดความจริงจังและความแน่วแน่จะผลักดันให้เป็นจริง เจตนารมณ์วันกรรมกรสากล จิตใจการต่อสู้ และการสมานฉันท์สากล ซึ่งเป็นแก่นสารของวันกรรมกรสากลนั้น ได้จางหายไปกับการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติที่ทำให้ไร้สาระมากยิ่งขึ้นในแต่ละปี และกรรมกรส่วนใหญ่นั้นยึดถือเอาวันกรรมกรสากลเป็นเพียงวันหยุดการทำงานอีกวันหนึ่งในรอบปีเท่านั้นเอง

แต่การเคลื่อนไหวต่อสู้ของกรรมกรไม่มีวันหยุดนิ่ง แม้ในวันนี้จิตวิญญาณก้าวหน้าและจิตสำนักทางชนชั้นกรรมกรจะเจือจางหายไป ขบวนการแรงงานจะอ่อนแอ แต่ทว่า ยังมีการรวมตัวของกลุ่มกรรมกรอิสระอีกจำนวนหนึ่ง ที่ได้รวมตัวกัน ท้าทายและปฏิเสธแนวทางการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติที่ถูกครอบงำที่ไร้สาระตามแบบประเพณีเก่า และได้แสดงบทบาทการต่อสู้ทั้งที่เป็นการต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ทางชนชั้นของตนเองและเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมของทั้งหมด ตรงจุดนี้นี่เองคือรอยแยกที่จะก้าวพ้นไปจากกรอบประเพณีที่ล้าหลังของการจัดงานวันแรงงานที่ถูกครอบงำด้วยระบบราชการที่รับใช้และเกื้อหนุนระบบทุนนิยมครอบโลกในทุกวันนี้

 

สมยศ พฤกษาเกษมสุข

166/23 พหลโยธิน 52 คลองถนน สายไหม กทม. โทร. 01-8229477 Email clist@loxinfo.co.th