การต่อสู้ระหว่างรัฐสวัสดิการกับเสรีนิยมใหม่-กรณีฝรั่งเศสประท้วง |
เสรีนิยมใหม่นั้น เป็นความคิดกระแสหลักที่ครอบงำวิธีการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลส่วนใหญ่ของโลกในเวลานี้ โลกาภิวัตน์และภาวะไร้พรมแดน ยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมกับการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบทุนนิยมโลก เสรีนิยมใหม่เชื่อในโลกาภิวัตน์ เชื่อในการผ่อนคลายกฎระเบียบ เชื่อในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และแน่นอนที่สุดมีความคิดพื้นฐานเช่นเดียวกับเสรีนิยมดั้งเดิมหรือลัทธินีโอคลาสสิก การแข่งขันนำมาสู่ประสิทธิภาพ การแข่งขันเสรีช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต กลไกตลาด คือ วิธีการจัดการทรัพยากรที่ดีที่สุด การอธิบายโลกและอธิบายสังคมเช่นนี้ สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของระบบทุนนิยมโลก และการส่งเสริมการแข่งขันดิ้นรนต่อสู้กันในระบบเศรษฐกิจและธุรกิจ ใครแข็งแรงที่สุด ใครมีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้นั้นคือผู้อยู่รอด ผมถือว่ายังเป็นการอธิบายโลกที่คับแคบ การแข่งขันกลายเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิตทางธุรกิจ ระบบเศรษฐกิจที่ยึดถือความคิดนี้เป็นความคิดหลัก จะทำให้ธุรกิจอุตสาหกรรมแสวงหากำไรสูงสุดโดยสนใจต่อหลักศีลธรรมน้อย สนใจต่อคุณภาพชีวิตของคนงานน้อย และรับผิดชอบต่อสังคมเท่าที่จำเป็นต่อการรักษาภาพลักษณ์ สหภาพแรงงาน ประชาชนและนักศึกษาในฝรั่งเศส จะเดินขบวนประท้วงรวมทั้งผละงานครั้งใหญ่ในวันที่ 28 มีนาคม ศกนี้ เพื่อประท้วงกฎหมายแรงงาน ก่อนหน้านี้ได้มีการประท้วงตามเมืองต่างๆ 150 กว่าแห่ง ส่วนใหญ่เป็นไปด้วยความสงบ มีความรุนแรงและปะทะกันประปรายในกรุงปารีส ในกรุงปารีสมีผู้เข้าร่วมชุมนุมกว่า 400,000 คน เมืองมาร์เซย์และเมืองเรนส์มียอดผู้ชุมนุมกว่า 1 ล้าน 4 แสนคน สาระสำคัญของกฎหมายที่มีการประท้วงกัน ก็คือ การอนุญาตให้นายจ้างสามารถไล่ลูกจ้างที่มีอายุต่ำกว่า 26 ปีออกด้วยเหตุผลใดก็ได้ในช่วงเวลาทดลองงาน 2 ปี ทำไมจึงมีการออกกฎหมายนี้ทั้งที่มีการประท้วงมากมาย ? รัฐบาลเชื่อว่ากฎหมายแรงงานใหม่ จะทำให้ตลาดแรงงานยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยแก้ปัญหาการว่างงานได้ อัตราการว่างงานสูงเป็นปัญหาเรื้อรังในยุโรป อัตราการว่างงานเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 9.6 ในฝรั่งเศส การเปิดโอกาสให้นายจ้างหรือผู้ประกอบการปลดคนงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ เท่ากับการทำให้เกิดการไหลเวียนของแรงงานใหม่เข้าสู่ระบบการจ้างงาน อย่างไรก็ตาม การที่นายจ้างสามารถปลดคนงานโดยมีระยะเวลาการทดลองงานมากถึง 2 ปีนั้นอาจไม่เป็นธรรมหรือก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในงานเหมือนเคย ความขัดแย้งและการประท้วง จึงเป็น การต่อสู้ของแนวคิดรัฐสวัสดิการ กับ เสรีนิยมใหม่ แนวคิดเศรษฐกิจแบบรัฐสวัสดิการ สนับสนุนให้รัฐเข้าไปแทรกแซงกลไกตลาดเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ความคิดเหมาะสมในการจัดการเศรษฐกิจเมื่อเศรษฐกิจเจอกับภาวะซบเซายาวนาน มีปัญหาการว่างงานรุนแรง ธุรกิจล้มละลายและกลไกตลาดไม่ทำงาน แนวคิดนี้มองข้อบกพร่องสำคัญของระบบเสรีนิยม คือ ความเหลื่อมล้ำกันมากในสวัสดิการ การกระจายรายได้ และทรัพย์สินของผู้คนในสังคม อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจแบบรัฐสวัสดิการดั้งเดิมก็ฝากปัญหาภาระการคลังอันหนักอึ้ง อัตราภาษีที่สูง รัฐวิสาหกิจที่ไร้ประสิทธิภาพ ความไม่ยืดหยุ่นของตลาดแรงงานพร้อมกับต้นทุนประกันสังคมและสวัสดิการสังคม เศรษฐกิจแบบรัฐสวัสดิการใหม่ตระหนักปัญหาเหล่านี้ จึงหาทางออกด้วยการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมเสียใหม่ ลดภาระให้น้อยลง จัดระบบสวัสดิการที่มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นมากขึ้น พวกที่คิดแบบเสรีนิยมโลกาภิวัตน์เองก็หันมาสนใจ ความรับผิดชอบต่อสังคม ธรรมาภิบาล มากขึ้น เป็นเสรีนิยมที่ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น และหวังว่าสักวันหนึ่ง ความคิดสุดโต่งทั้งสองจะไหลมาบรรจบกันให้มันอยู่ตรงกลางมากขึ้น เช่นเดียวกับเราอยากเห็นบ้านเมืองเวลานี้สงบสุข ด้วยการหันหน้าหารือกันและยึดถือทางสายกลางที่ตั้งอยู่เป็นความชอบธรรมและถูกต้อง ครับ
|